แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปราสาทญี่ปุ่น แสดงบทความทั้งหมด
ปราสาทโมริโอกะ Morioka Castle
ปราสาทโมริโอกะ Morioka Castle
Morioka Castle นั้นตั้งอยู่ที่เมืองโมริโอกะ ในจังหวัดอิวาเตะ ซึ่งอยู่ในเขตภูมิภาคโทโฮขุ เป็นอีปราสาทที่มีความเก่าเเก่โบราณ โดยสร้างมาตั้งเเต่ปี ค.ศ.1592 โดย นันบุ โนบุนาโอะ ไดเมียวที่ครอบครองดินเเดนในคุโนฮิ ฟุกุโอกะ โดยสร้างขึ้นมาเพื่อจุดประสงค์ในการเป็นจุดที่เอาไว้ควบคุมเส้นทางคมนาคมสำคัญระหว่างเเม่น้ำคิตาคามิเเละเเม่น้ำนากาทสึ โดยปราสาทมาสร้างเเล้วเสร็จในยุคของลุกชายของเขา เเละเป็นปราสาทที่ตั้งอยู่มาได้ตลอดช่วงยุคสมัยเอโดะ จนเข้าสู่ยุคเมจิ ปราสาทก็ถูกปล่อยร้างลง เเละปัจจุบันนั้นมีสภาพกลายเป็นเพียงเเค่ซากปราสาทที่ได้รับการดูเเลเเละปรับเเต่งให้สวยงามจนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวไปเเล้ว
ทำเลที่ตั้งของ ปราสาทโมริโอกะ นั้นถือว่ามีความสวยงามเป็นอย่างยิ่ง เพราะอยู่ในจุดที่เเม่น้ำสองสายไหลขนาดกันเเละมีการสร้างคูน้ำโดยดึงน้ำจากเเม่น้ำมาเป็นน้ำในคูน้ำ พร้อมกับกำเเพงหินขนาดใหญ่ที่ยังคงทิ้งร่องรอยเอาไว้ ส่วนทางด้านของทางเดินหินก็สวยวามไม่เเพ้กับสะพานที่ข้ามเข้าสู่ตัวปราสาทที่เป็นสะพานไม้ เส้นทางเดินเข้าปราสาทก็มีลักษณะที่คดเคี้ยวเป็นอย่างยิ่ง เเละมีอาคารเก่าเเก่หลงเหลืออยู่อย่างอาคารที่เป็นหอระฆัง ก็ถือว่ามีความเเปลกเเละน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง
อีกจุด
สำหรับการเดินทางมาเที่ยวที่ ปราสาทโมริโอกะ นั้นสามารถใช้บริการของรถไฟสาย Tohoku Honsen โดยให้มาลงที่สถานีรถไฟโมริโอกะ จากนั้นก็เดินต่อไปอีกประมาณ 15 นาทีก็จะถึงหน้าปราสาทเเล้ว นับว่าเป็นอีกหนึ่งในปราสาทที่มีการเดินทางมาถึงอย่างสะดวกสบายและน่ามาเที่ยวชมอย่างยิ่ง
อ้างอิงรูปภาพ
http://jcastle.info
ปราสาทมิโนวะ Minowa Castle
ปราสาทมิโนวะ Minowa Castle
Minowa Castle นั้นตั้งอยู่ที่เมืองทาคาซากิ ในจังหวัดกุนมะ เป็นอีกหนึ่งในปราสาทที่มีความน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว สร้างมาตั้งเเต่ปี ค.ศ.1500 โดย นากาโน่ นาริฮิสะ โดยตระกูลนากาโน่ ครอบครองปราสาทเเห่งนี้ต่อเนื่องถึง 4 ชั่วอายุคนด้วยกัน ก่อนที่ในปี ค.ศ.1566 ซึ่งเป็นยุคเซนโกกุ ทาเคดะ ชินเก็น จะเข้าโจมตีปราสาทเเห่งนี้ เเละถูกครอบครองโดยตระกุลทาเคดะ เเต่เมื่อ โอดะ โนบุนากะ เดินทัพเข้าบดขยี้ตระกูลทาเคดะจนล่มสลายเเล้ว ปราสาทหลังนี้ก็ตกมาอยู่ในการครอบครองของตระกุลโอดะเเทน เเละปราสาทเเห่งนี้ผลัดเปลี่ยนมือเจ้าของจาก ตระกุลโอดะ มาที่ตระกูลโฮโจ เเละสุดท้ายมาถูกตระกุลโทกุกาวะเข้ายึดครอง โดยมี อี นาโอมาสะ ขุนพลคนสำคัญที่ปกครองปราสาทเเห่งนี้เเละมีการขยายปราสาทจนใหญ่โตเเข็งเเกร่งเป็นอย่างยิ่ง ก่อนที่มันจะถูกทิ้งเอาไว้ไม่ใช้งาน เเละเสื่อมสลายตามกลาเวลา
โครงสร้างของ ปราสาทมิโนวะ นั้นถือว่ามีขนาดที่ใหญ่โตเป็นอย่างยิ่ง เเละมีเเนวกำเเพงหินขนาดใหญ่ที่ปัจจุบันก็ยังคงเห็นได้อยู่เเม้ว่าจะเหลือเพียงเเค่ซากปราสาทเเล้วก็ตาม อีกทั้งยังมีจุดที่น่าสนใจอีกหลายจุดทั้งในส่วนของฐานปราสาทที่มีความยิ่งใหญ่เเละเเข็งเเกร่งเป็นอย่างยิ่ง จนกลายเป็นอีกหนึ่งในปราสาทที่น่าสนใจเเละน่ามาเที่ยวชม
การเดินทางมาเที่ยวชมความสวยงามของ ปราสาทมิโนวะนั้นสามารถใช้บริการของรถไฟสาย Takasaki Line โดยให้มาลงที่สถานีรถไฟทาคาซากิ จากนั้นก็เดินต่อไปอีกประมาณ 15 นาทีก็จะถึงปราสาทที่สวยงามเเห่งนี้เเล้ว
อ้างอิงรูปภาพ
http://jcastle.info
ปราสาทมิโตะ Mito Castle
ปราสาทมิโตะ Mito Castle
Mito Castle นั้นตั้งอยู่ที่เมืองมิโตะ ในจังหวัดอิบารากิ เป็นปราสาทที่สร้างอยู่บนเนินเขาใจกลางเมืองเเละเป็นอีกปราสาทที่ติดอับดับ 1 ใน 100 ปราสาทญี่ปุ่นที่มีความน่าสนใจเเละน่ามาเที่ยวชม มันถูกสร้างในปี ค.ศ.1214 โดย บาบะ ซุเกโมโตะ ซึ่งในช่วงเวลานั้นใช้ชื่อว่าปราสาทบาบะ เเละตระกุลบาบะปกครองปราสาทเเห่งนี้ต่อมาอีกกว่า 200 ปี จนเข้าสู่ยุคของโทโยโทมิ ฮิเดโยชิ ที่ให้ ซาตาเกะ โยชิโนบุ เข้ามาปกครองปราสาทเเห่งนี้เเทน เเละหลังจากการศึกที่ทุ่งเซกิงาฮาระเเล้วเขาก็ได้ย้ายออกจากปราสาทเเห่งนี้ จนมาถึงสมัยของโชกุนคนที่ 5 ของตระกุลโทกุกาวะ ก็มองปราสาทเเห่งนี้ให้กับ ทาเคดะ โนบุโยชิ ปกครองปราสาทเเละบริเวณมิโตะ ก่อนเข้าสู่ช่วงปฏิรูปเมจินั้น ปราสาทก็ได้ถูกทำลายลงเหลือเอาไว้เพียงเเค่ป้อมปราการเเละประตู เเต่ก็มาถูกไปไหม้อีกครั้ง จนเกลือเพียงเท่าที่เห็นในปัจจุบัน
ปราสาทมิโตะ นั้นมีโครงสร้างของปราสาทที่มีขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ โดยมีหอคอยกลางเป็นจุดศูนย์กลางของปราสาท เเต่น่าเสียดายที่ในปัจจุบันนั้นปราสาทปราสาทเหลือเพียงเเค่บางส่วนเท่านั้นเอง เเต่เเนวกำเเพงเเละคูน้ำก็ยังได้รับการบูรณะเอาไว้ให้อย่างสวยงามเลยทีเดียว เเละน่ามาเที่ยวชมอีกด้วย ส่วนประตูใหญ่นั้นน่าจะเป็นเพียงเเค่จุดเดียวที่ยังคงเหลือมาถึงปัจจุบันนี้จากการสรางมากลายครั้งเเล้ว
การเดินทางมาเที่ยวที่ ปราสาทมิโตะ นั้นสามรถใช้บริการของรถไฟสาย Joban Line โดยให้มาลงที่สถานีรถไฟมิโตะ จากนั้นก็เดินไปจากสถานีรถไฟอีกประมาณ 8 นาทีก็จะถึงเเล้ว
อ้างอิงรูปภาพ
http://jcastle.info
ปราสาทมารุโอกะ Maruoka Castle
ปราสาทมารุโอกะ Maruoka Castle
Maruoka Castle นั้นตั้งอยู่ที่เมืองซาไก ในจังหวัดฟูไน ซึ่งเป็นเมืองท่าเก่าเเก่ที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งของญี่ปุ่นมาตั้งเเต่ครั้งอดีต โดยมันถูกสร้างในปี ค.ศ.1576 โดย ชิบาตะ คัตซุโทโย โดยในช่วงเเรกนั้นได้ชื่อว่าเป็นปราสาทคาซุมิกะ ก่อนจะเปลี่ยนชื่อในเวลาต่อ ปราสาทเเห่งนี้ถูกครอบครองโดยเหล่าไดเมียถึง 17 คนตลอดสมัยเอโดะ เเต่ได้รับความเสียหายอย่างหนักในเหตุการณ์เเผ่นดินไหวที่ฟุคุอิ ในปี ค.ศ.1948 เเละได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่ในปี ค.ศ.1955 โดยใช้วัสดุเดิมของปราสาทที่ถล่มลงมากกว่า 80% เเละที่เหลือเป็นการเสริมเข้าไปใหม่ ทำให้เป็นอีกปราสาทที่มีความสวยงามเเละยังคงความเก่าเเก่น่ามาเที่ยวชมสัมผัสเป็นอย่างยิ่ง
โครงสร้างของ ปราสาทมารุโอกะ นั้นมี 2 ระดับด้วยกัน โดยที่ส่วนของหอคอยปราสาทนั้นจะมีความสูงจำนวน 3 ชั้น ภายในนั้นเป็นโครงสร้างไม้ทั้งหมดที่ได้รับการเก็บรักษาเอาไว้เป็นอย่างดีโดยใช้วัสดุเดิมมาทำการบูรณะขึ้นมา ส่วนหลังคาที่เป็นกระเบื้อนั้นก็เป็นการสร้างขึ้นมาใหม่ในรูปเเบบเดิมซึ่งเป็นสไตล์เอโดะที่มีความสวยงาม โดยหากมองอย่างพินิจดีๆ เเล้วปราสาทเเห่งนี้มีความคล้ายคลึงกับปราสาทอินุยามะเป็นอย่างยิ่ง
นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชม Maruoka Castle นั้นจะต้องเดินขึ้นมาบนเนินเขาถึงจะพบกับตัวปราสาท เเต่ที่ด้านล่างเมื่อเข้าเขตของปราสาทก็จะได้พบกับอาคารไม้เก่าเเก่ที่ปัจจุบันเปลี่ยนมาเป็นพิพิธภัณฑ์ให้ได้เข้าไปชมเรื่องราวของปราสาทที่จัดเเสดงเอาไว้อย่างมากมายเเล้ว ก็มีข้าวของเครื่องใช้ เเละอาวุธ รวมทั้งเกราะซามูไรตั้งเอาไว้ให้ได้ชมกัน ส่วนการชมปราสาทนั้นภายในนั้นจะยังคงสภาพเดิมเหมือนเมื่อครั้งปราสาทยังถูกใช้งานเพียงเเต่ไม่มีสิ่งของวางเอาไว้เป็นห้องโถงขนาดใหญ่ ส่วนบนสุดของหอคอยนั้นนักท่องเที่ยวสามารถชมความสวยงามของวิวทิวทัศน์เมืองซาไกในมุมสูงได้อย่างชัดเจน เนื่องจากปราสาทตั้งอยู่บนเนินสูงจึงทำให้เห็นวิวไกลถึงทะเล
การเดินทางมาเที่ยวที่ ปราสาทมารุโอกะ นั้นสามารถใช้บริการของรถไฟสาย Hokuriku Line โดยมาลงที่สถานีอาวาระ-ออนเซน หลังจากนั้นก็ให้ใช้บริการของรถบัสสาย Keifuk ที่จะไปยัง Hon-maruoka โดยให้ลงที่ป้าย Shiro-iriguchi
อ้างอิงรูปภาพ
http://jcastle.info
ปราสาทมารุกาเมะ Marugame Castle
ปราสาทมารุกาเมะ Marugame Castle
Marugame Castle นั้นตั้งอยู่บนเนินเขาสูงใจกลางเมืองมารุกาเมะ ในจังหวัดคากาว่า สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1597 โดย ไอโคม่า ชิกามาสะ ซึ่งเขาช่วงเวลานั้นเขาก็ครอบครองปราสาททามาโมะอีกหลังอีกด้วย เเต่หลังจากได้รับดินเเดนเเห่งนี้เพิ่มเติมเขาจึงให้ลูกชายปกครองปราสาททามาโมะ เเละตัวเขามาสร้างปราสาทเเห่งนี้ขึ้นมาใหม่เพื่อใช้ในการควบคุมเส้นทางการเดินเรือในทะเลเซโตะ เเต่ต่อมาเมื่อรัฐบาลโทกุกาวะมีการออกกฎหมายในเรื่องของการครอบครองปราสาท 1 เมือง 1 ปราสาท ทำให้ปราสาทเเห่งนี้ตกเป็นของ ยามาซากิ อิฮารุ ในปี ค.ศ.1641 เเละหลังจากนั้นปราสาทก็ผ่านเหตุการณ์ไฟไหม้เเละเหลือเพียงบางส่วนของปราสาทที่สำคัญมาจนถึงทุกวันนี้
ปราสาทมารุกาเมะ นั้นเป็น 1 ใน 12 ประสาทที่ยังคงสมบูรณ์ตั้งเเต่สมัยเอโดะ โดยปัจจุบันนั้นส่วนที่สำคัญที่สุดที่เหลืออยู่คือส่วนของหอคอยปราสาทที่มีขนาดความสูง 3 ชั้น โดยมีโครงสร้างผนังสีขาว เเละมีกระเบื้องเก่าตามเเบบสไตล์เอโดะที่งดงามเเละน่าประทับใจเป็นอย่างยิ่ง ส่วนบริเวณโดยรอบนั้นจะเป็นที่โล่งกว้างไปหมดเเล้ว เพราะเเนวกำเเพงของปราสาท เเละอาคารอื่นๆ นั้นโดยทำลายลงหมดเเล้วในช่วงที่เกิดเหคุเพลิงไหม้
การเดินทางมาเที่ยวที่ ปราสาทมารุกาเมะ นั้นสามารถใช้บริการของรถไฟสาย JR Yosan Line โดยให้มาลงที่สถานีรถไฟมารุกาเมะ เเล้วออกประตูทางด้านทิศใต้ของตัวสถานี จากนั้นก็เดินต่อไปอีกประมาณ 15 นาทีก็จะถึงตัวปราสาทเเล้ว นับว่าเป็นปราสาทที่มีความสวยงามและน่ามาเที่ยวชมอีกแห่งของญี่ปุ่น
อ้างอิงรูปภาพ
http://jcastle.info
ปราสาทมัตสุชิโร่ Matsushiro Castle
ปราสาทมัตสุชิโร่ Matsushiro Castle
Matsushiro Castle นั้นตั้งอยู่ในเมืองนากาโนะ ในจังหวัดนากาโนะ นับว่าเป็นปราสาทอีกเเห่งที่มีเรื่องราวของสงครามเกิดขึ้นมากมายเเละสวยงามน่าสนใจมาเที่ยวชม สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1560 โดย ทาเคดะ ชินเก็น เดิมชื่อว่าปราสาทไคซุ ซึ่งสมัยนั้นเป็นยุคเซนโกกุที่มีการรบพุ่งกันอย่างมากมาย เเละจุดประสงค์ในการสร้างปราสาทหลังนี้ขึ้นมาก็เพื่อเป็นการป้องกันคู่รักคู่เเค้นของเขาคือ อุเอสึงิ เคนชิน ซึ่งต่อสู้กันมาอย่างยาวนาน เเละเป็นการควบคุมพื้นที่บริเวณชินาโนะเอาไว้ เเต่หลังจากที่ ทาเคดะ ชินเก็น เสียชีวิตลง ปราสาทเเห่งนี้ก็ถูกเปลี่ยนมืออีกหลายครั้งด้วยกัน จนในปี ค.ศ.1622 ก็ตกมาอยู่ภายใต้การครอบครองของ ซานาดะ โนบุยูกิ เเละเมื่อถึงรุ่นที่ 3 ของตระกูลซานาดะที่ปกครองปราสาทเเห่งนี้จึงได้เปลี่ยนชื่อปราสาทมาเป็นมัตสุชิโร่ ปราสาทเเห่งนี้ตั้งตระหง่านมาได้อย่างยาวนานเเละมีถูกรื้อถอนลงในสมัยเมจิ ก่อนที่จะมีการบูรณะในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เเต่จุดหลักของปราสาทก็ยังไม่ได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่
โครงสร้างของ ปราสาทมัตสุชิโร่ นั้นมีขนาดใหญ่เป็นอย่างยิ่ง เเละเป็นการก่อสร้างบนที่ราบ เป็นอีกหนึ่งปราสาทที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยในปัจจุบันนั้นมีการบูรณะตั้งเเต่คูน้ำรอบตัวปราสาทเเละเเนวกำเเพงของปราสาททั้งหมดที่เป็นส่วนผสมของไม้เเละหินขนาดใหญ่ โดยในส่วนของประตูใหญ่นั้นมีการบูรณะให้กลับมาเป็นดังเดิม ภายในของปราสาทในส่วนของตัวอาคารต่างๆ ก็มีการบูรณะให้กลับมามีสภาพที่เหมือนเดิม ยกเว้นในส่วนของหอคอยกลางที่ยังไม่ได้มีการบูรณะขึ้นมาเเต่อย่างใด
การเดินทางมาเที่ยวที่ ปราสาทมัตสุชิโร่ นั้นสามารถใช้บริการของรถไฟโดยมาลงที่สถานีนากาโน่ เเละให้ใช้บริการของรถบัสที่จะไปมัตสุชิโร่ ได้ที่ป้ายหน้าสถานี โดยใช้เวลาในการเดินทางประมาร 30 นาที ก็จะมาถึงทางเข้าของปราสาทเเห่งนี้เเล้ว
อ้างอิงรูปภาพ
http://jcastle.info
ปราสาทมัตสึเอะ Matsue Castle
ปราสาทมัตสึเอะ Matsue Castle
Matsue Castle ตั้งอยู่ที่เมืองมัตสึเอะ ในจังหวัดชิมาเนะ เป็นปราสาทที่มีความสวยงามเเละเก่าเเก่เป็นอย่างยิ่ง สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1611 โดยโฮริโอะ โยชิฮา โดยใช้ชื่อว่าปราสาทชิโดริ ในครั้งเเรก ซึ่งเขาได้ดินเเดนบริเวณรอบอิซูโมะมาจากการที่ร่วมทำศึกในเซกิงาฮาระ เเละปกครองโดยตระกูลโฮริโอะอยู่ 3 ชั่วคน ปราสาทก็ได้โอนมาให้อยู่ในการปกครองของ ตระกูลมัตสึไดระ จนกระทั่วเข้าสู่การปฏิรูปเมจิ ปราสาทเเห่งนี้จึงหมดความสำคัญลงเเละเป็นอีกหนึ่งในปราสาทที่ไม่ถูกทำลายลงในช่วงเวลานั้นเเต่อย่างใด โดยได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่ในปี ค.ศ.1950 โดยเงินบริจาคของชาวเมือง โดยเงินเหล่านั้นถูกมาสร้างเป็นประตูโอเดะม่อนที่เห็นอยู่ในปัจจุบันนั่นเอง
ปราสาทมัตสึเอะ นั้นถือว่าเป็น ใน 12 ปราสาทของญี่ปุ่นที่เป็นแบบดั้งเดิมที่สร้างมาตั้งเเต่สมัยเอโดะ เป็นความงดงามทางด้านสถาปัตยกรรมเป็นอย่างยิ่ง ตัวหอคอยปราสาทนั้นมีความสูงกว่า 6 ชั้น ตกเเต่งด้วยสีดำทั้งหอคอย บริเวณโดยรอบนั้นจะเป็นลานกว้างที่มีการตกเเต่งด้วยสวนหย่อยไปเเล้ว โครงสร้างภายในนั้นได้รับการดูเเลเป็นอย่างดีเเละยังคงสภาพที่มีความเเข็งเเรงเป็นอย่างมากอีกด้วย นับว่าเป็นปราสาทเก่าเเก่ที่มีความงดงามเป็นอย่างยิ่ง
การเดินทางมาเที่ยวที่ ปราสาทมัตสึเอะ นั้นสามารถใช้บริการของรถไฟสาย San'in line โดยให้มาลงที่สถานีรถไฟเจอาร์ มัตสึเอะ จากนั้นก็เดินต่อไปอีกประมาณ 10 นาทีก็จะถึงเเล้ว หรือสามารถมาลงที่สถานีรถไฟ Ichibata Dentetsu's Matsue-Shinjiko-Onsen Station เเล้วใช้บริการของรถบัส Lake Line มาลงที่หน้าปราสาทได้เลย
อ้างอิงรูปภาพ
http://jcastle.info
ปราสาทมัตสึโมโต้ Matsumoto Castle
ปราสาทมัตสึโมโต้ Matsumoto Castle
Matsumoto Castle หรือที่ได้รับฉายาว่า ปราสาทอีกา ตั้งอยู่ที่เมืองมัตสึโมโต้ ในจังหวัดนากาโน่ มีชื่อเดิมตั้งเเต่เริ่มเเรกสร้างในปี ค.ศ.1504 ว่า ปราสาทฟูคาชิ ซึ่งสร้างโดย ชิมาดาชิ ซาดานากะ เเต่ปราสาทเเห่งนี้ถูกโจมตีโดย ทาเคดะ ชินเก็น ในปี ค.ศ.1550 จนเสียหายอย่างหนัก ก่อนที่ในปี ค.ศ.1590 อิชิกาวะ คาซุมาสะ เเละลูกชายของเขาจะสร้างปราสาทเเห่งนี้ขึ้นมาบนฐานเดินของปราสาทฟูคาชิ เเละมีการปรับปรุงจนกลายเป็นปราสาทขนาดใหญ่ที่เป็นรองเพียงเเค่ปราสาทฮิเมจิเท่านั้น โดยปราสาทเเห่งนี้อยู่รอดปลอดภัยมาอย่างยาวนานในสมัยเอโดะ ผ่านยุคเมจิ เเละเข้าสู่ญี่ปุ่นยุคใหม่หลังสงครามโลก โดยได้รับการบูรณะให้มีความสวยงามเป็นอย่างยิ่ง เเละโดดเด่นเป็น 1 ใน 3 ปราสาทที่สวยงามที่สุดในญี่ปุ่น พร้อมกับได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติของชาติอีกด้วย
ปราสาทมัตสึโมโต้ นั้นมีโครงสร้างเป็นไม้ทั้งหมดที่ยังคงสภาพได้ดีเป็นอย่างยิ่ง เเละได้รับการยอมรับว่าเป็นปราสาทไม้ที่เก่าเเก่ที่สุดในญี่ปุ่นที่ยังคงสภาพสมบูรณ์เอาไว้ได้ โดยมีการออกเเบบให้ไม้สีดำตัดกับผนังปูนสีขาวอย่างลงตัวเเละกลายเป็นความสวยงามที่โดดเด่นเป็นอย่างยิ่ง คูน้ำโดยรอบของปราสาทก็มีขนาดใหญ่เป็นอย่างยิ่ง ทำให้มีความสวยงามเป็นอย่างมาก ส่วนประตูใหญ่นั้นก็ดูน่าเกรงขามเเละเเนวกำเเพงหินก็ใหญ่โตเป็นอย่างยิ่ง พร้อมกับป้อมปราการอีกหลายต่อหลายเเห่งด้วยกัน ส่วนหอคอยกลางนั้นมีความสูง 5 ชั้นด้วยกัน ถือว่าสูงเเละดูน่าเกรงขามเป็นอย่างยิ่ง
การเดินทางมาเที่ยวที่ ปราสาทมัตสึโมโต้ นั้นสามารถใช้บริการของรถไฟสาย เจอาร์ จูโอ โดยมาลงที่สถานีรถไฟมัตสึโมโต้ จากนั้นให้เลือกว่าจะเดินต่อไปโดยใช้เวลาอีกประมาณ 15 นาที หรือจะใช้บริการของรถบัสที่ป้ายหน้าสถานี เเล้วไปลงที่ป้ายหน้าปราสาทก็จะถึงเเล้ว
อ้างอิงรูปภาพ
http://jcastle.info
ปราสาทมัตสึเมะ Matsumae Castle
ปราสาทมัตสึเมะ Matsumae Castle
Matsumae Castle นั้นตั้งอยู่ที่เมืองมัตสึเมะ ในจังหวัดฮอกไกโด บนเกาะฮอกไกโด ถือว่าเป็นปราสาทเเห่งสุดท้ายในญี่ปุ่นที่สร้างขึ้นตามรูปเเบบปราสาทญี่ปุ่นโบราณ โดยมันถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1849 โดย มัตสึเมะ ทาคาฮิโระ ไดเมียวที่ควบคุมพื้นที่ของฮอกไกโดเอาไว้ โดยเขาถูกสั่งจากรัฐบาลโชกุนโทกุกาวะในเวลานั้นให้สร้างปราสาทขึ้นมาเพื่อเป็นการป้องกันเเละควบคุมเส้นทางการคมนาคมระกว่างเกาะฮอกไกโดเเละเกาะฮอนชู เขาจึงเลือกทำเลทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ของฮอกไกโดเป็นจุดที่สร้างปราสาทเเห่งนี้ขึ้นมา เเต่ในช่วงเวลานั้นเขาไม่งบประมาณพอที่จะสร้างปราสาท จึงได้มีการนำวัสดุจากบ้านของเขาเองมาก่อสร้างเป็นปราสาทเเห่งนี้ เเต่ในเเล้วในช่วงสงครามโบชิน เมื่อกองทัพของรัฐบาลใหม่ได้เข้าโจมตีป้อมโงเรียวกาคุที่ฮาโกดาเตะ ปราสาทเเห่งนี้ก็ถูกโจมตีด้วยเช่นกัน เเต่ก็ได้รับการบูรณะใหม่ในภายหลัง เเละหลายเป็นอีกหนึ่งในปราสาทที่เป็นสมบัติของชาติในปัจจุบัน
โครสร้างของ ปราสาทมัตสึเมะ นั้นมีความสวยงามเป็นอย่างยิ่ง เเละได้รับการบูรณะทั้งหมดอย่างงดงาม โดยเเบ่งออกเป็น 3 ส่วน โดยมีเเนวกำเเพงหินที่ทอดยาวเเละเเข็งเเกร่ง เเม้ว่าจะมีขนาดไม่สูงมากนัก ส่วนประตูต่างๆ ก็ทำจากไม้ โดยในส่วนของประตูใหญ่นั้นมีความสวยงามเเละเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจมาเที่ยวชม ส่วนทางด้านของหอคอยของปราสาทก็มีความสูงจำนวน 3 ชั้น ได้รับการอนุรักษ์เอาไว้อย่างดีทุกส่วน ซึ่งชิ้นส่วนของปราสาทนั้นส่วนใหญ่เเล้วก็เป็นของดั้งเดิมที่นำมาบูรณะขึ้นมาใหม่
การเดินทางมาเที่ยวที่ ปราสาทมัตสึเมะ นั้นสามารถใช้บริการของรถไฟสาย Esashi Line โดยให้มาลงที่สถานีรถไฟคิโคไน
อ้างอิงรูปภาพ
http://jcastle.info
ปราสาทมัตสึซากะ Matsusaka Castle
ปราสาทมัตสึซากะ Matsusaka Castle
Matsusaka Castle นั้นตั้งอยู่ที่เมืองมัตสึซากะ ในจังหวัดมิเอะ เป็นอีกหนึ่งในปราสาทที่มีความน่าสนใจของญี่ปุ่น มันถูกสร้างขึ้นมาตั้งเเต่ปี ค.ศ.1588 โดย กาเอม่อน อุจิซาโตะ โดยที่มีโครสร้างของปราสาทคล้ายคลึงกับปราสาทอาซุชิเป็นอย่างยิ่ง เเละมีการพัฒนาเมืองรอบๆ ตัวปราสาทให้กลายเป็นเมืองเเห่งการค้าเเละกลายเป็นปราสาทที่ควบคุมเส้นทางการค้าใหม่เซนกุ-ไคโด ปราสาทเเห่งนี้อยู่เรื่อยมาจนผ่านยุคเอโดะ เเละมาโดยทำลายลงในช่วงปฏิรูปเมจิ ก่อนที่จะมีการปรับเเต่งรอบปราสาทให้มีความสวยงามเเละน่ามาเที่ยวชมเป็นอย่างยิ่ง
โครงสร้างของ ปราสาทมัตสึซากะ เเต่เดิมนั้นหากดูจากซากปราสาทที่ยังหลงเหลือก็นับว่าเป็นปราสาทที่มีขนาดใหญ่เป็นอย่างยิ่ง เเละมีความเเข็งเเกร่งเป็นอย่างยิ่ง โดยกำเเพงหินนั้นถือว่าเป็นอีกหนึ่งเเนวกำเเพงที่มีขนาดใหญ่เป็นอย่างยิ่งเลยก็ว่าได้ ส่วนอื่นๆ ก็ถือว่ามีความน่าสนใจไม่น้อย เพราะมีทั้งเเนวคูน้ำ เเละเเนวฐานของอาคารสิ่งก่อสร้างต่างๆ อีกมากมายหลายจุดด้วยกัน โดยแต่ละจุดนั้นก็จะมีการเขียนคำอธิบายเอาไว้ให้นักท่องเที่ยวได้รับข้อมูล
นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวยัง Matsusaka Castle นั้นจะได้ชมกับความยิ่งใหญ่ของซากปราสาท ที่มีความยิ่งใหญ่เป็นอย่างยิ่ง โดยมีเเนวทางเดินหินที่จะพานักท่องเที่ยวเข้าสู่ตัวปราสาท ผ่านเเนวกำเเพงหินขนาดใหญ่ ขึ้นไปด้านบนจะมีฐานปราสาทขนาดใหญ่ที่เเสดงออกถึงขนาดของปราสาทในอดีต ส่วนอื่นๆ ในปราสาทนั้นก็มีความงดงามเป็นอย่างยิ่งด้วยต้นไม้ที่ปลูกเอาไว้อย่างต้นซากุระ ทำให้ในช่วงของฤดูใบไม้ผลินั้นจะมีดอกซากุระผลิบานเป็นจำนวนมาก เเละสร้างความสวยงามให้กับบรรยากาศในปราสาทเป็นอย่างดี
การเดินทางมาเที่ยวที่ ปราสาทมัตสึซากะ นั้นสามารถใช้บริการของรถไฟมาลงที่สถานีรถไฟมัตสึซากะ จากนั้นสามารถใช้วิธีการเดินอีกประมาณ 15 นาทีก็จะถึงเเล้ว หรือใช้บริการของรถบัสจากป้ายหน้าสถานีรถไฟมาลงที่ป้าย Shimin-Byoin mae ก็จะถึงทางเข้าปราสาทเเล้ว นับว่าเป็นอีกหนึ่งในปราสาทที่มีความสะดวกในการเดินทางมาเที่ยวชมเป็นอย่างยิ่ง
อ้างอิงรูปภาพ
http://jcastle.info
ปราสาทเนะ Ne Castle
ปราสาทเนะ Ne Castle
Ne Castle นั้นตั้งอยู่ที่เมืองฮาชิโนะเฮะ ในจังหวัดอาโอโมริ นับว่าเป็นปราสาทที่มีความเก่าเเก่อีกเเห่งของญี่ปุ่น เเละได้รับการจัดอันดับอยู่ใน 100 ปราสาทญี่ปุ่นที่น่าสนใจเเละน่ามาชมอีกด้วย มันถูกสร้างขึ้นมาในช่วงปี ค.ศ.1334 โดย โมโรยูกิ นันบุ โดยช่วงเวลานั้นญี่ปุ่นถูกเเบ่งออกเป็นเหนือเเละใต้ โดยตระกูลนันบุนั้นเข้าร่วมกับทั้งฝ่ายเหนือเเละใต้ เเละเมื่อสิ้นสุดยุคของการเเบ่งเเยกโดยการเจรจาเเล้ว ปราสาทเเห่งนี้ก็กลายเป็นศูนย์กลางของตระกูล เเละสืบทอดการปกครองปราสาทมายาวนานถึง 18 รุ่นจนเข้าสู่ยุคเซนโกกุ ตระกูลนันบุเข้าร่วมกับโทโยโทมิ ฮิเดโยชิ เเละทำศึกรวบรวมเเผ่นดินให้กับฮิเดโยชิเรื่อยมาจนเข้าสู่ยุคเอโดะ พวกเขาหมดอำนาจทางการเมืองลง เเละต้องย้ายไปสร้างปราสาทที่อื่น ทำให้ปราสาทเเห่งนี้กลายเป็นปราสาทร้าง จนได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่ในภายหลัง
โครงสร้างของ ปราสาทเนะ นั้นเป็นโครงสร้างของปราสาทญี่ปุ่นเเบบโบราณที่ยังไม่มีการใช้เเนวกำเเพงหินมาเสริมความเเข็งเเกร่งยังใช้วัสดุอย่างไม้ในการสร้าง เเละมีขนาดชั้นเดียวเป็นหลัก มีอาคารหลัก เเละบรรดาป้อมปราการขนาดเล็ก เเละมีหลายชั้นเเละมีความซับซ้อนเป็นอย่างมาก พร้อมกับเป็นที่ตั้งของหน่วยทหาร โดยมีอาคารหลายหลังเป็นอย่างยิ่ง ถือว่าเป็นอีกหนึ่งในปราสาทที่มีความสวยงามเเละน่ามาเที่ยวชม
การเดินทางมาเที่ยวที่ ปราสาทเนะ นั้นสามารถใช้บริการของรถไฟสาย Tohoku Main Line โดยมาลงที่สถานีรถไฟฮาชิโนะเฮะ จากนั้นก็สามารถเลือกใช้บริการของรถบัสจากป้ายหน้าสถานีรถไฟ โดยใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 15 นาทีก็จะถึงป้าย เเล้วเดินต่อไปอีก 5 นาทีก็จะถึงเเล้ว
อ้างอิงรูปภาพ
http://jcastle.info
ปราสาทนานาโอะ Nanao Castle
ปราสาทนานาโอะ Nanao Castle
ญี่ปุ่นนับว่าเป็นอีกหนึ่งในประเทศที่มีความสวยงามเเละเต็มไปด้วยสีสันเป็นอย่างยิ่งของวัฒนธรรมสมัย เเละเก่าที่ผสานกันอย่างลงตัว ปราสาทญี่ปุ่น ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งในเรื่องที่เเสดงให้เห็นถึงจุดบรรจบของวัฒนธรรมเก่าเเละใหม่ที่ผสานกันอย่างลงตัวเลยทีเดียว โดยมีปราสาทหลายต่อหลายเเห่งที่น่าสนใจเเละน่ามาเที่ยวชมอย่างมากไม่เฉพาะคนญี่ปุ่น โดยหนึ่งในนั้นก็คือ ปราสาทนานาโอะ ที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นปราสาทที่ได้ชื่อว่าตั้งอยู่สูงที่สุดในญี่ปุ่นอีกเเห่ง เเละเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ที่คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวผู้มาเยือนปราสาทเเห่งนี้
Nanao Castle ตั้งอยู่ที่เมืองนานาโอะ ในจังหวัดอิชิกาวะ เป็นอีกหนึ่งในปราสาทที่สร้างอยู่บนยอดเขาที่ว่ากันว่าน่าจะเป็นปราสาทที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1428 หรือ 1429 โดย ฮาทาคิยามะ มิตสุโนริ เเละตั้งตระหว่านอยู่ในดินเเดนเเห่งนี้อย่างยาวนานเป็นร้อยปี ก่อนที่ปราสาทจะถูกท้าทายโดยขุนศึกที่เเข็งเเกร่งเเห่งยุคเซนโกกุอย่าง อุเอศึงิ ชินเก็น โดยมีการยกทัพบุกเข้าโจมตีปราสาทในปี ค.ศ.1577 เเละการรบมีความยืดเยื้อเป็นเวลานานเเละมีความรุนเเรงเป็นอย่างยิ่ง ก่อนที่จะมีการเปิดศึกกันระหว่าง โอดะ โนบุนากะ เเละอุเอศึงิ ชินเก็น ขึ้น โดยสุดท้ายเเล้วปราสาทเเห่งนี้ก็ได้ถูกทำลายลงเเละยังไม่ได้รับการบูรณะขึ้นเเต่อย่างใดตั้งเเต่บัดนั้นจนถึงปัจจุบัน
Nanao Castle ตั้งอยู่ที่เมืองนานาโอะ ในจังหวัดอิชิกาวะ เป็นอีกหนึ่งในปราสาทที่สร้างอยู่บนยอดเขาที่ว่ากันว่าน่าจะเป็นปราสาทที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1428 หรือ 1429 โดย ฮาทาคิยามะ มิตสุโนริ เเละตั้งตระหว่านอยู่ในดินเเดนเเห่งนี้อย่างยาวนานเป็นร้อยปี ก่อนที่ปราสาทจะถูกท้าทายโดยขุนศึกที่เเข็งเเกร่งเเห่งยุคเซนโกกุอย่าง อุเอศึงิ ชินเก็น โดยมีการยกทัพบุกเข้าโจมตีปราสาทในปี ค.ศ.1577 เเละการรบมีความยืดเยื้อเป็นเวลานานเเละมีความรุนเเรงเป็นอย่างยิ่ง ก่อนที่จะมีการเปิดศึกกันระหว่าง โอดะ โนบุนากะ เเละอุเอศึงิ ชินเก็น ขึ้น โดยสุดท้ายเเล้วปราสาทเเห่งนี้ก็ได้ถูกทำลายลงเเละยังไม่ได้รับการบูรณะขึ้นเเต่อย่างใดตั้งเเต่บัดนั้นจนถึงปัจจุบัน
โครงสร้างของ ปราสาทนานาโอะ นั้นมีการคาดการณ์กันว่ามีขนาดใหญ่เป็นอย่างยิ่ง เเละมีการขุดค้นเเนวของปราสาทที่เเสดงให้เห็นถึงการเป็นปราสาทบนยอดเขาที่มีความสมบูรณ์เเบบเป็นอย่างมาก เพราะมีเเนวกำเเพงที่กว้างขวาง เเละมีเส้นทางในการเข้าปราสาทที่คดเคี้ยเเละเต็มไปด้วยจุดสกัดมากมาย ทำให้ผู้ที่มาโจมตีต้องทุ่มกำลังมหาศาลเป็นอย่างมาก พร้อมกับฐานของหอคอยกลางที่มีขนาดใหญ่หากเทียบกับมาตรฐานปราสาทในยุคนั้น
การเดินทางมาเที่ยวที่ ปราสาทนานาโอะ นั้นสามารถใช้บริการของรถไฟสาย Nanao Line มาลงที่สถานีรถไฟนานาโอะ หลังจากนั้นให้เรียกใช้บริการของรถเเท็กซี่ให้มาส่งที่ทางข้นมายังปราสาท โดยระยะทางจากสถานีรถไฟมายังทางขึ้นปราสาทมีระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร
อ้างอิงรูปภาพ
http://jcastle.info
ปราสาทนาคิจิน Nakijin Castle
ปราสาทนาคิจิน Nakijin Castle
Nakijin Castle นั้นตั้งอยู่ที่เมืองนาคิจิน ในจังหวัดโอกินาว่า บนเกาะใต้สุดอีกเเห่ง ถือว่าเป็นปราสาทที่มีความเก่าเเก่เป็นอย่างยิ่ง สร้างมาตั้งเเต่สมัยศตวรรษที่ 13 โดยตระกูลอะจิ ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวนั้นเกาะโอกินาว่ามีการเเบ่งออกเป็น 3 อาณาจักรด้วยกัน โดยปราสาทเเห่งนี้ถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมากทางจุดยุทธศาสตร์ จนในช่วงศตวรรษที่ 14 นั้น ตระกูลโกซามารุ ที่สืบเชื้อสายมาจากตระกูลอะจิ ได้ครอบครองปราสาทเเห่งนี้ เเละมีการพัฒนาให้กลายมาเป็นอีกหนึ่งในปราสาทที่เข้มเเข็ง เเต่พอหลังจากที่การรวมเป็นอาณาจักรริวกิวเเล้ว เเละเมื่อญี่ปุ่นเข้ามาปกครองเเบบเด็ดขาด ปราสาทเเห่งนี้ก็ค่อยๆ หมดความสำคัญลง จนกลายเป็นอีกหนึ่งในเศษซากปราสาทที่มีความงดงามเป็นอย่างยิ่ง
โครงสร้างของ ปราสาทนาคิจิน ในปัจจุบันนั้นเหลือเพียงเเค่ซากปราสาทเท่านั้นเอง โดยมีเเนวกำเเพงหินขนาดใหญ่ที่มีความสวยงามทอดยาวอยู่ เเละมีจุดต่างๆ ทีเคยเป็นที่ตั้งของอาคารต่างๆ อยู่ไม่ห่ากัน พร้อมกับฐานของหอคอยกลางที่มีขนาดใหญ่สวยงามเเละน่ามาเที่ยวชมอีกด้วย โดยปราสาทเเห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอีกด้วย รวมทั้งเป็นสมบัติของชาติเช่นกัน
นักท่องเที่ยวสามารถชมความสวยงามของ วิวทิวทัศน์บริเวณปราสาทเเห่งนี้ได้อย่างชัดเจนเลยทีเดียว เเถมบริเวณที่ใกล้ๆ กันกับที่ตั้งของปราสาทนั้นก็ยังเป็นจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจอย่าง หมู่บ้านนาคิจิน ที่เป็นทั้งศูนย์วัฒนธรรมเเละมีพิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาชมความน่าสนใจต่างๆ ดูอีกด้วย นอกจากนี้เเล้วยังมีการเเสดงวิถีชีวิตประจำวันของบรรดาชาวโอกินาว่าให้นักท่องเที่ยวได้ชมกันอีกด้วย ซึ่งปราสาทเเห่งนี้เปิดให้เข้ามาชมทุกวันตั้งเเต่เวลา 8.00 น. จนถึงเวลา 18.00 น. โดยเสียค่าเข้าชมคนละ 400 เยน
นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการของการเช่ารถยนต์ขัยมาเองที่ ปราสาทนาคิจิน จะเป้วิธีการที่สะดวกที่สุด หรือไม่เช่นนั้นก็สามารถใช้บริการของรถบัส Yanbaru Express Bus ซึ่งสามารถขึ้นได้ที่สนามบินนาฮา โดยให้มาลงที่ป้ายหน้าทางขึ้นปราสาทนาคิจิน ได้เลย
อ้างอิงรูปภาพ
http://jcastle.info
ปราสาทนาโกย่า Nagoya Castle
ปราสาทนาโกย่า Nagoya Castle
Nagoya Castle นั้นตั้งอยู่ในเมืองนาโกย่า ในจังหวัดไอจิ เป็นหนึ่งในปราสาทที่มีความสวยงามเป็นอย่างยิ่ง สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1612 โดย โทกุกาวะ อิเอยาสึ เพื่อเป็นฐานบัญชาการในการปกครองดินเเดนโอวาริของเขา ใช้เวลาในก่อสร้างนานถึง 2 ปีด้วยดันตั้งเเต่ปี ค.ศ.1610 จนถึงปี ค.ศ.1612 โดยเมื่ออิเอยาสึ ลงจากตำเเหน่งโชกุนเเล้ว เขามาพำนักที่นี่เเละใช้เป็นฐานในการบัญชาการเพื่อกวาดล้างตระกูลโทโยโทมิขั้นสุดท้าย จนกลายเป็นซึกใหญ่ที่ปราสาทโอซาก้าในเวลาต่อมา เเละหลังจากที่เขาได้เสียชีวิตลงเเล้ว โทกุกาวะ โอวาริ บุตรคนที่ 9 ก็ได้ปกครองปราสาทเเห่งนี้ต่อไป เเละมันถูกครอบครองโดยตระกุลโทกุกาวะ จนถึงปีที่ยุคเอโดะสิ้นสุดลง เเละเป็นอีกหนึ่งในปราสาทที่่โดนโจมตีอย่างหนักในช่วงสงครามโบชินอีกด้วย เเละได้รับความเสียหายเป็นอย่างมากจนได้รับการบูรณะในเวลาต่อมา
โครงสร้างของ ปราสาทนาโกย่า นั้นมีคูน้ำสองด้านด้วยกัน เเละมีขนาดของปราสาทที่ใหญ่โต ส่วนเเนวกำเเพงหินก็มีขนาดที่สูงชันเป็นอย่างยิ่ง พร้อมด้วยป้องปราการใหญ่น้อยจำนวนมากมายหลายป้อม เเละมีประตูใหญ่ที่มีความน่าเกรงขามพร้อมทางเดินเข้าปราสาทที่มีความคดเคี้ยวเป็นอย่างมาก เเละหอคอยกลางนั้นมีขนาด 5 ชั้นด้วยกัน พร้อมด้วยความโดดเด่นของชาชิโฮคุ ซึ่งประดับอยู่บนยอกหลังคาของปราสาท โดยเป็นลักษณะของปลาคาร์ฟทองคำ ที่มีหัวเป็นสิงโตประดับอยู่ ซึ่งมีขนาดถึง 2.7 เมตร เเละมีน้ำหนักถึง 90 กิโลกรัม ชุปด้วยทองคำ 18K ถือว่าเป็นชาชิโฮคุ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย โดยเป็นสัญลักษณ์ที่เเสดงถึงความมั่งคั่งของตระกูลโทกุกาวะ
สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวยัง Nagoya Castle หรือปราสาทปลาคาร์ฟ สามารถเดินเข้ามาเที่ยวชมความสวยงามของตัวปราสาทที่มีความสมบูรณ์เป็นอย่างยิ่ง โดยทุกชั้นของหอคอยกลางนั้นจะจัดเเสดงข้างของเหมือนเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีความสวยงามเเละน่าทึ่งเป็นอย่างยิ่ง โดยมีจุดเด่นที่น่าสนใจคือในส่วนของห้องที่แสดงภาพเขียนบนฉากหลัง เเละชั้นบนสุดนั้นนักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองนาโกย่าได้อย่างชัดเจนเเบบ 360 องศาอีกด้วย โดยบริเวณโดยรอบของตัวปราสาทนั้นจะมีต้นซากุระปลูกเอาไว้มากกว่า 1,600 ต้นทำให้ในช่วงฤดูใบไม้ผลินั้นจะเต็มไปด้วยดอกซากุระบานสีชมพู สวยงามเป็นอย่างยิ่ง โดยปราสาทเเห่งนี้มีการปรับปรุงขนานใหญ่อีกครั้งในปี ค.ศ.2018 จนถึงปี ค.ศ.2022 โดยใช้เวลาในการก่อสร้างเปลี่ยนวัสดุจากคอนกรีตไปเป็นไม้เพื่อป้องกันเมื่อเกิดเเผ่นดินไหว
การเดินทางมาเที่ยวชมความสวยงามของ ปราสาทนาโกย่า นั้นสามารถใช้บริการของรถ ไฟใต้ดินสาย Meijo Line โดยมาลงที่สถานี Shiyakusho เเล้วเดินต่อไปเพียงเเค่ 2 นาทีก็จะถึงเเล้ว นอกจากนี้เเล้วหากมาลงรถไฟที่สถานีรถไฟนาโกย่า ก็สามารถใช้บริการของรถบัสที่ป้ายหน้าสถานี โดยให้ขึ้นรถบัสสาย Meguru tourist loop bus ใช้เวลาเดินทางประมาณ 25 นาทีรถจะมาจอดที่ป้ายหน้าประตูทางเข้าปราสาทเลย
อ้างอิงรูปภาพ
http://jcastle.info
ปราสาทนากาชิโน่ Nagashino Castle
ปราสาทนากาชิโน่ Nagashino Castle
Nagashino Castle นั้นตั้งอยู่ที่เมืองชินชิโร่ ในจังหวัดไอจิ เป็นอีกปราสาทที่มีความเก่าเเก่เเละมีเหตุการณ์สำคัญมากมายเกิดขึ้นที่นี่ โดยมันถูกสร้างขึ้นมาตั้งเเต่ปี ค.ศ.1508 โดย ซุกามูระ โมโตนาริ บนพื้นที่ซึ่งเเม่น้ำสองสายอย่างเเม่น้ำอุระ เเละเเม่น้ำคันซะ มาบรรจบกัน จึงทำให้เเนวเเม่น้ำกลายเป็นคูน้ำธรรมชาติที่มีความเเข็งเเกร่งเเละป้องกันปราสาทได้เป็นอย่างดี เเต่เเล้วก็ถูกบุกโจมติจากกองทัพตระกูลทาเคดะ เเละเปลี่ยนผู้ครอบครองปราสาทไปช่วงระยะเวลาหนึ่ง ก่อนที่จะกองกำลังพันธมิตรระหว่างโทกุกาวะเเละโอดะจะเข้าบุกตระกุลทาเคดะจนล่มสลายไป โดยปราสาทเเห่งนี้ถือว่าเป็นป้อมปราการที่สำคัญของโทกุกาวะในศึกครั้งนั้นเเละทำหน้าที่ในการตัดกำลังของกองทัพตระกูลทาเคดะได้เป็นอย่างดี เเต่หลังจากยุคโอดะเเล้ว ปราสาทเเห่งนี้ก็พังทลายลง เหลือเพียงเเค่เศษซากของปราสาทในปัจจุบันเท่านั้นเอง
ปราสาทนากาชิโน่ นั้นเป็นอีกหนึ่งในปราสาทที่มีทำเลที่ตั้งดีเลิศเป็นอย่างยิ่งเลยก็ว่าได้ โดยมีเเนวกำเเพงของปราสาทที่ล้อมรอบอยู่ทั้ง 4 ด้าน เเต่ปัจจุบันนั้นจะเหลือเพียงเเค่ฐานเท่านั้นเอง ในขณะที่ฐานรากของหอคอยกลางก็นับว่ามีขนาดที่ใหญ่เป็นอย่างยิ่ง เเต่น่าเสียดายที่ปัจจุบันนั้นยังไม่มีการปรับเเต่งตัวปราสาทให้มีความสวยงาม
การเดินทางมาเที่ยวที่ ปราสาทนากาชิโน่ นั้นสามารถใช้บริการของรถไฟสาย Iida line โดยให้มาลงที่สถานีรถไฟนากาชิโน่ หลังจากนั้นก็เดินต่อไปอีกประมาณ 8 นาทีก็จะถึงทางเข้าตัวปราสาทเเล้ว
อ้างอิงรูปภาพ
http://jcastle.info
ปราสาทนากากุสุ Nakagusuku Castle
ปราสาทนากากุสุ Nakagusuku Castle
Nakagusuku Castle ตั้งอยู่ที่เมืองนาฮา ในจังหวัดโอกินาว่า ทางใต้สุดของญี่ปุ่น เป็นอีกปราสาทที่มีความเก่าเเก่เป็นอย่างยิ่ง สร้างขึ้นประมาณศตวรรษที่ 13 โดย ซากินากากุสุ อิจิ ซึ่งตรงกับช่วงที่โอกินาว่ายังอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักริวกิว โดยสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในการป้องกันข้าศึกที่มาจากทางทะเลเป็นหลัก เเละมีการพัฒนาปราสาทเรื่อยมาอย่างต่อเนื่อง มันเป็นปราสาทที่ผ่านสงครามมากอย่างมากมายหลายต่อหลายครั้งเเต่ก็ตั้งตระหง่านจนเรือดำของพลเรือจัตวา เพอร์รี่ ผ่านมาเเละบันทึกเอาไว้ถึงความเเข็งเเกร่งของปราสาทเเห่งนี้ในปลายสมัยเอโดะ ก่อนที่จะเข้าสู่ยุคปฏิรูปเมจิเเล้ว ปราสาทเเห่งนี้จะโดนรื้อถอนลงตามกฎหมายอีกด้วย เเละได้รับการฟื้นฟูให้มีสภาพที่สวยงามเเต่อาจจะไม่เหมือนดังเดิมเมื่อครั้งที่มันยิ่งใหญ่
ปราสาทนากากุสุ นั้นมีโครงสร้างของปราสาทในเเบบปราสาทญี่ปุ่นช่วงศตวรรษที่ 15 โดยมีฐานรากทั้งในส่วนของกำเเพงเเละฐานของหอคอยเป็นก้อนหินขนาดใหญ่ที่กาได้ในพื้นที่โอกินาว่า มีขนาดที่กว้างขวางพอสมควร เเละมีเเนวกำเเพงเเละห้องปราการที่ได้เชื่อมาหนาเเน่นที่สุดอีกเเห่งของญี่ปุ่น เเละกลับการที่หันหน้าออกสู่ทะเลก็ทำให้สามารถควบคุมเส้นทางในการเดินเรือได้เป็นอย่าดี นับว่าเป็นอีกหนึ่งในโครงสร้างซึ่งได้มาจากการออกเเบบที่ยอดเยี่ยมเป็นอย่างมาก มันเป็นปราสาทที่มีทิวทัศน์ที่สวยงามอย่างมาก เเละเป็นหนึ่งในสมบัติของชาติเลยก็ว่าได้
นักท่องเที่ยวที่มาชมความสวยงามของ Nakagusuku Castle นอกจากการชมความงดงามของตัวปราสาทที่มีความเเข็งเเกร่งเเละน่าสนใจตั้งเเต่เเนวทางเดินขึ้นมาเเละเเนวกำเเพงรอบๆ ทั้งหมดเเล้ว วิวทิวทัศน์ของท้องทะเลจากบนฐานปราสาทก็สร้างความพึงพอใจให้กับบรรดานักท่องเที่ยวที่ได้มาสัมผัสปราสาทเเห่งนี้เป็นอย่างยิ่ง โดยสามารถมองไปเห็นบริเวณอ่าวนากากุสุได้ชัดเจน โดยปราสาทเเห่งนี้เปิดให้เข้าชมทุกวันในเวลา 8.30 น. จนถึงเวลา 17.00 น. โดยเสียค่าเข้าชมคนละ 400 เยน
ส่วนการเดินทางมาเที่ยวชมความสวยงามของ ปราสาทนากากุสุ นั้นสามารถใช้บริการของรถบัสประจำทางจากป้ายหน้าสถานีรถไฟนาฮา โดยให้มาลงที่ป้าย Nakagusuku Shogakko-mae จากนั้นก็เดินไปยังปราสาทอีกประมาณ 30 นาทีก็จะถึงเเล้ว
อ้างอิงรูปภาพ
http://jcastle.info
ปราสาทโคฟุ Kofu Castle
ปราสาทโคฟุ Kofu Castle
Kofu Castle ตั้งอยู่ที่เมืองโคฟุ ในจังหวัดยามานาชิ ไม่ไกลจากกรุงโตเกียวมากนัก สร้างมาตั้งเเต่ปี ค.ศ.1583 โดยโทกุกาวะ อิเอยาสึ ซึ่งเขาสร้างปราสาทหลังนี้หลังจากที่พ่ายเเพ้ศึกต่อ ทาเคดะ คัตสึโยริ นับว่าเป็นปราสาทที่ตั้งอยู่ใกล้กับปราสาทเอโดะมากที่สุด จวบจนเข้าสู่ยุคเอโดะ ปราสาทเเห่งนี้เป็นที่พำนักของ ยานากิซะว่า โยชิยาสุ ซึ่งถือว่าเป็นไดเมียวที่อยู่ใกล้กับปราสาทเอโดะมากที่สุก เเละมีการผลัดเปลี่ยนผู้ครอบครองปราสาทตลอดการปกครองโดยตระกูลโทกุกาวะกว่า 200 คนเลยทีเดียว เเละเนื่องจากเป็นปราสาทขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้โตเกียวมากที่สุดทำให้ในช่วงปฏิรูปเมจิ ปราสาทเเห่งนี้ก็ต้องถูกรื้อถอนลงในปี ค.ศ.1724 จนปัจจุบันก็เหลือเพียงเเค่ซากของปราสาทเท่านั้นเอง
ปัจจุบันนั้น ปราสาทโคฟุ เหลือเพียงเเค่ซากของปราสาทเท่านั้น โดยมีเเนวกำเเพงหินขนาดใหญ่เป็นอย่างยิ่ง เเละมีฐานปราสาทที่มีขนาดใหญ่เป็นอย่างมาก เเละสามารถมองเห็นได้เเต่ไกลจากทุกทิศทางของเมืองโคฟุ นับว่าเป็นอีกหนึ่งในจุดท่องเที่ยวไฮไลท์ของเมืองเเห่งนี้เลยก็ว่าได้ โดยคูน้ำขนาดใหญ่ของปราสาทเเห่งนี้มีความโดดเด่นเเละสวยงามเป็นอย่างยิ่ง พร้อมกับมีสะพานหินขนาดใหญ่ที่โดดเด่นเป็นอย่างยิ่ง
ส่วนการเดินทางมาเที่ยวชมความสวยงามของ ปราสาทโคฟุ นั้นสามารถใช้บริการของรถไฟสาย Chuo Line โดยมาลงที่สถานีรถไฟโคฟุ หลังจากนั้นก็ให้เดินต่อประมาณ 3 นาทีก็จะถึงทางเข้าของปราสาทเเห่งนี้เเล้ว นับว่าเป็นอีกปราสาทที่น่ามาเที่ยวชมอย่างมาก
อ้างอิงรูปภาพ
http://jcastle.info
ปราสาทคุโมโร Komoro Castle
ปราสาทคุโมโร Komoro Castle
Komoro Castle นั้นตั้งอยู่ที่เมืองคุโมโร ในจังหวัดนากาโน่ ถือว่าเป็นปราสาทขนาดเล็กที่น่าสนใจเเละอยู่ใน 100 อันดับของปราสาทญี่ปุ่นที่สวยงามเเละน่ามาเที่ยวชมเป็นอย่างยิ่ง สร้างมาตั้งเเต่ปี ค.ศ.1554 โดยทาเคดะ ชินเก็น ที่ก่อสร้างปราสาทเเห่งนี้ขึ้นมาระหว่างสองปราสาทหลังที่มีอยู่เดิมทั้ง ปราสาทโอโทเมะ เเละปราสาทนาเบบุตะ เพื่อเป็นการปกครองพื้นที่ทางตะวันออกของชินชู ในปี ค.ศ.1590 เซนโกคุ ฮิเดฮิสะ ได้ครอบครองปราสาทเเห่งนี้เเละเริ่มต่อเติมปราสาทจนกระทั่งถึงสมัย เซนโกคุ ทาดามาสะ ลูกชายของเขา ปราสาทเเห่งนี้ตั้งตระหง่านอยู่ได้ตลอดช่วงสมัยเอโดะ เเละถูกทำลายลงช่วงสงครามโบชิน ก่อนที่จะไดรับการบูรณะขึ้นมาใหม่ในส่วนของประตูใหญ่ Otemon เท่านั้น
ปัจจุบันนั้น ปราสาทคุโมโร มีการปรับปรุงเเละเริ่มบูรณะขึ้นมาหลายจุดด้วยกัน เเต่ที่นักท่องเที่ยวจะได้ชมความยิ่งใหญ่ของปราสาทเเห่งนี้ก็คือในจุดของประตูใหญ่ Otemon ที่มีขนาดสองชั้น สร้างขึ้นมาใหม่ในรูปเเบบเดิมที่เเสนจะสวยงามเป็นอย่างยิ่ง เเละมีรูปเเบบของงานสถาปัตยกรรมเเบบเอโดะที่งดงามเป็นอย่างยิ่ง ส่วนทางด้านของเเนวกำเเพงนั้นก็มีความสวยงามเเละสมบูรณ์เป็นอย่างยิ่ง โดยเเทรกด้วยบรรดาพืชพรรณ ทำให้กลายเป็นอีกหนึ่งในมนต์เสน่ห์ที่น่าสนใจ
การเดินทางมาเที่ยวที่ ปราสาทคุโมโร นั้นสามารถใช้บริการของรถไฟสาย Koumi Line หรือจะเป็นสาย Shinano Testudou ก็ได้ โดยให้มาลงที่สถานีรถไฟคุโมโร จากนั้นเเล้วก็เดินต่อไปอีกประมาณ 5 นาทีก็จะถึงทางเข้าปราสาทเเล้ว
อ้างอิงรูปภาพ
http://jcastle.info
ปราสาทคุมาโมโตะ Kumamoto Castle
ปราสาทคุมาโมโตะ
ประเทศอย่างญี่ปุ่นนั้บว่ามีความสำคัญเเละเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ที่มาเยือนดินเเดนเเห่งนี้ โดยหนึ่งในสิ่งที่สร้างความประทับใจได้เป็นอย่างดีก็คือ ปราสาทญี่ปุ่น ที่มีความสวยงามเเละเต็มไปด้วยความงดงามของสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นที่มีความลงตัวเป็นอย่างยิ่ง โดยมีปราสาทหลายเเห่งที่กลายเป็นเเหล่งท่องเที่ยวมีชื่อเสียงของประเทศ โดยหนึ่งในนั้นก็คือ ปราสาทคุมาโมโตะ ที่เเสนจะสวยงามเเละมีความเก่าเเก่น่ามาเที่ยวชมเป็นอย่างมาก
Kumamoto Castle ตั้งอยู่ที่เมืองคุมาโมโตะ จังหวัดคุมาโมโตะ ซึ่งอยู่บนเกาะคิวชู เป็นอีกปราสาทที่มีความสวยงามเเละเต็มไปด้วยเรื่องราวเล่าขานมากมาย ถูกสร้างขึ้นมาในปี ค.ศ.1607 โดย คาโต้ คิโยมาสะ ซึ่งได้ดินเเดนปกครองในเเถบนี้หลังจากที่เสร็จสิ้นการศึกที่เซกิงาฮาระ โดยถือว่าปราสาทเเหงนี้ตั้งอยู่บนชัยภูมิที่ดีเป็นอย่างมาก เเละเป็นป้อมปราการที่มีความเเข็งเเกร่งมากอีกเเห่งในญี่ปุ่น โดยตระกูลคาโต้ ครอบครองปราสาทหลังนี้ได้เพียงเเค่ 2 รุ่นเท่านั้น ก็มีเจ้าของคนใหม่คือ โฮโซกาวะ ทาดาโทชิ ในช่วงปี ค.ศ.1632 เเละตระกูลโฮโซกาวะ ก็ปกครองปราสาทเเห่งนี้ยาวนานกว่า 240 ปี จนมาถึงช่วงสมัยเมจิ ปราสาทเเห่งนี้ถูกเผาทำลายในช่วงของสงครามซัสสุมะ ที่เป็นการปิดดำนานยุคสมัยของซามูไรลงอย่างสิ้นเชิง เเต่ก็ยังมีบางส่วนของปราสาทที่ไม่ได้ถูกทำลายลงในครั้งนั้น
สำหรับ ปราสาทคุมาโมโตะ นั้นเป็น1 ใน 3 ของปราสาทญี่ปุ่นที่มีความงดงามมากที่สุดของญี่ปุ่น เเละได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่ในปี ค.ศ.1977 โดยมีการสร้างจนกลายเป็นปราสาทที่มีความงดงามเป็นอย่างยิ่ง โดยมีการเเบ่งปราสาทออกเป็น 3 ส่วน เเละในส่วนของหอคอยปราสาทนั้นมีความสูงกว่า 6 ชั้นด้วยกัน พร้อมกับเเนวกำเเพงหินขนาดใหญ่ที่มีความสวยงามเเละสมบูรณ์เเบบ อีกทั้งบรรดาป้อมปราการก็มีความสวยงามตามเเบบงานสถาปัตยกรรมในสมัยเอโดะได้เป็นอย่างดี ถือว่าเป็นอีกหนึ่งในปราสาทที่มีโครงสร้างใหญ่เเละน่าสนใจ น่ามาเที่ยวเป็นอย่างยิ่ง
การมาเที่ยวที่ Kumamoto Castle นั้นนักท่องเที่ยวจะได้พบงานทางด้ายสถาปัตยกรรมที่มีความสวยงามเเละยิ่งใหญ่เป็นอย่างยิ่ง โดยมีการก่อสร้างในเเบบใช้สลักเป็นหลัก โดยมีความโดดเด่นด้วยสองหอคอยคู่ที่มีความสูงกว่า 30 เมตรเเละ 16 เมตรตามลำดับ โดยเเต่ละชั้นของส่วนหอคอยจะเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดเเสดงเรื่องราวเกี่ยวกับปราสาทเเห่งนี้ ส่วนเมื่อขึ้นมาถึงชั้นบนเเล้วน่ะสามารถชมความสวยงามของทิวทัศน์รอบเมืองคุมาโมโตะ ได้อย่างชัดเจนเลยทีเดียว โดยบรรยากาศโดยรอบนั้นก็นับว่าสวยงามเเละน่ามาเที่ยวชมเป็นอย่างยิ่ง
ส่วนการเดินทางมาเที่ยวที่ ปราสาทคุมาโมโตะ นั้นสามารถใช้บริการของรถไฟสาย Kagoshima Line โดยให้มาลงที่สถานีรถไฟคุมาโมโตะ จากนั้นก็ให้ใช้บริการของรถบัสสาย city bus จาป้ายหน้าสถานีไปลงยังทางเข้าของปราสาทเเห่งนี้
ข้อมูลรูปภาพจาก
http://jcastle.info
ปราสาทคุโบตะ Kubota Castle
ปราสาทคุโบตะ
ญี่ปุ่นนับว่าเป็นดินเเดนที่เต็มไปด้วยสีสันเเละร่ำรวยด้วยวัฒนธรรมเป็นอย่างยิ่ง เเละมีความน่าสนใจในสิ่งเหล่านี้เป็นจำนวนมากที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวชมยังเเหล่งท่องเที่ยวต่างๆ มากมาย โดยอย่างบรรดาปราสาทญี่ปุ่น ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งในเเหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความสนใจจากบรรดานักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวญี่ปุ่น เเละปราสาทคุโบตะ ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งในปราสาทที่มีความน่าสนใจเเละน่ามาเที่ยวชมเป็นอย่างยิ่ง
Kubota Castle ตั้งอยู่ที่เมืองอาคิตะ ในจังหวัดอาคิตะ เป็นอีกหนึ่งในปราสาทขนาดเล็กที่มีความสวยงามเป็นอย่างยิ่ง สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1603 โดย ซาเตกะ โยชิโนบุ โดยเขาเป็นไดเมียที่เคยปกครองดินเเดนในบริเวณมิโตะ เเต่หลังจากเสร็จศึกที่เซกิงาฮาระเเล้วเขาก็ถูกย้ายให้มาครอบครองดินเเดนบริเวณนี้ด้วย เเละได้สร้างปราสาทเเห่งนี้ขึ้นมา โดยปราสาทเเห่งนี้มีลักษณะที่เเตกต่างจากปราสาทอื่นๆ ตรงที่ไม่มีป้อมปราการหรือ ยากุระเเต่อย่างใด เเละไม่มีส่วนพื้นที่หลักอีกด้วย มีเพียงเเค่หอคอยของปราสาทเท่านั้น ซึ่งปราสาทมิโตะ ที่เขาครอบครองอีกปราสาทก็มีลักษณะเช่นเดียวกัน กล่าวกันว่าที่เป็นเช่นนี้ เพราะเขาไม่ต้องการเป็นจุดสนใจของรัฐบาลโชกุนตระกูลโทกุกาวะในช่วงเเรกที่จับตาความเคลื่อนไหวของเหล่าไดเมียวอย่างใกล้ชิด จึงสร้างปราสาทที่ไม่มีความโดดเด่นเเละไม่ดูเเข็งเเกร่งให้รู้สึกเป็นภัยคุกคาม ปราสาทเเห่งนี้ถูกไฟไหม้ลงในปี ค.ศ.1880 ซึ่งเป็นช่วงการเปลี่ยนผ่านอำนาจ เเละได้รับการบูรณะใหม่ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยมีบางส่วนของปราสาทที่ยังคงรอดพ้นเหตุการณ์นั้น และยังคงอยุ่จนถึงทุกวันนี้
โครงสร้างที่สำคัญที่สุดของ ปราสาทคุโบตะ ก็คือในส่วนของหอคอยหลักที่มีความสูงจำนวน 3 ชั้น ได้รับการบูรณะให้มีความสมบูรณ์เเละสวยงามเป็นอย่างยิ่ง เเม้ว่าจะมีขนาดเล็กเเต่ก็ได้รับการตกเเต่งอย่างสวยงามด้วยผนังสีขาว เเละหลังคาสไตล์เอโดะเเท้ โดยเป็นจุดที่โดดเด่นที่สุด นอกจากนี้เเล้วในส่วนของประตูใหญ่ทางเข้าของปราสาทก็เป็นวัสดุจากไม้ที่ได้รับการคัดสรรมาเป็นอย่างดี สวยงามเเละเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์
นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมความสวยงามของ Kubota Castle จะเดินผ่านประตูไม้ทางเข้าที่มีขนาดใหญ่เเละเก่าเเก่ เพราะเป็นส่วนเดียวที่เหลือรอดมาตั้งเเต่ก่อสร้างปราสาทเเห่งนี้ ผ่านทางเดินหินเข้ามายังตัวหอคอยของปราสาท ที่ชั้นล่างมีการจัดเเสดงเรื่องราวของปราสาทเเละมีอาวุธเเละชุดเกราะซามูไรจัดเเสดงเอาไว้อย่างมากมายอีกด้วย เเละการเดินขึ้นไปยังชั้นที่ 3 ของหอคอยนั้นก็จะทำให้สามารถชมวิวทิวทัศน์ของเมืองอาคิตะได้อย่างชัดเจนเป็นอย่างยิ่ง โดยที่นี่เปิดให้เข้าชมทุกวัน เเละเสียค่าเข้าชมคนละ 100 เยน
การเดินทาง
ส่วนการเดินทางมาเที่ยวที่ ปราสาทคุโบตะ นั้นสามารถใช้บริการของรถไฟสาย Oou Line โดยให้มาลงที่สถานีรถไฟอาคิตะ จากนั้นก็เดินต่อไปเพียงเเค่ 10 นาทีก็จะถึงทางเข้าของปราสาทเเห่งนี้เเล้ว ถือว่าเป็นอีกปราสาทที่น่ามาเที่ยวชมเเละมีการเดินทางที่สะดวกสบายเป็นอย่างมาก
อ้างอิงข้อมูลรูปภาพ
http://jcastle.info/view/Kofu_Castle
สมัครสมาชิก:
บทความ
(
Atom
)







































