ปราสาทเนะ Ne Castle
ปราสาทเนะ Ne Castle
Ne Castle นั้นตั้งอยู่ที่เมืองฮาชิโนะเฮะ ในจังหวัดอาโอโมริ นับว่าเป็นปราสาทที่มีความเก่าเเก่อีกเเห่งของญี่ปุ่น เเละได้รับการจัดอันดับอยู่ใน 100 ปราสาทญี่ปุ่นที่น่าสนใจเเละน่ามาชมอีกด้วย มันถูกสร้างขึ้นมาในช่วงปี ค.ศ.1334 โดย โมโรยูกิ นันบุ โดยช่วงเวลานั้นญี่ปุ่นถูกเเบ่งออกเป็นเหนือเเละใต้ โดยตระกูลนันบุนั้นเข้าร่วมกับทั้งฝ่ายเหนือเเละใต้ เเละเมื่อสิ้นสุดยุคของการเเบ่งเเยกโดยการเจรจาเเล้ว ปราสาทเเห่งนี้ก็กลายเป็นศูนย์กลางของตระกูล เเละสืบทอดการปกครองปราสาทมายาวนานถึง 18 รุ่นจนเข้าสู่ยุคเซนโกกุ ตระกูลนันบุเข้าร่วมกับโทโยโทมิ ฮิเดโยชิ เเละทำศึกรวบรวมเเผ่นดินให้กับฮิเดโยชิเรื่อยมาจนเข้าสู่ยุคเอโดะ พวกเขาหมดอำนาจทางการเมืองลง เเละต้องย้ายไปสร้างปราสาทที่อื่น ทำให้ปราสาทเเห่งนี้กลายเป็นปราสาทร้าง จนได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่ในภายหลัง
โครงสร้างของ ปราสาทเนะ นั้นเป็นโครงสร้างของปราสาทญี่ปุ่นเเบบโบราณที่ยังไม่มีการใช้เเนวกำเเพงหินมาเสริมความเเข็งเเกร่งยังใช้วัสดุอย่างไม้ในการสร้าง เเละมีขนาดชั้นเดียวเป็นหลัก มีอาคารหลัก เเละบรรดาป้อมปราการขนาดเล็ก เเละมีหลายชั้นเเละมีความซับซ้อนเป็นอย่างมาก พร้อมกับเป็นที่ตั้งของหน่วยทหาร โดยมีอาคารหลายหลังเป็นอย่างยิ่ง ถือว่าเป็นอีกหนึ่งในปราสาทที่มีความสวยงามเเละน่ามาเที่ยวชม
การเดินทางมาเที่ยวที่ ปราสาทเนะ นั้นสามารถใช้บริการของรถไฟสาย Tohoku Main Line โดยมาลงที่สถานีรถไฟฮาชิโนะเฮะ จากนั้นก็สามารถเลือกใช้บริการของรถบัสจากป้ายหน้าสถานีรถไฟ โดยใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 15 นาทีก็จะถึงป้าย เเล้วเดินต่อไปอีก 5 นาทีก็จะถึงเเล้ว
อ้างอิงรูปภาพ
http://jcastle.info
ปราสาทนานาโอะ Nanao Castle
ปราสาทนานาโอะ Nanao Castle
ญี่ปุ่นนับว่าเป็นอีกหนึ่งในประเทศที่มีความสวยงามเเละเต็มไปด้วยสีสันเป็นอย่างยิ่งของวัฒนธรรมสมัย เเละเก่าที่ผสานกันอย่างลงตัว ปราสาทญี่ปุ่น ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งในเรื่องที่เเสดงให้เห็นถึงจุดบรรจบของวัฒนธรรมเก่าเเละใหม่ที่ผสานกันอย่างลงตัวเลยทีเดียว โดยมีปราสาทหลายต่อหลายเเห่งที่น่าสนใจเเละน่ามาเที่ยวชมอย่างมากไม่เฉพาะคนญี่ปุ่น โดยหนึ่งในนั้นก็คือ ปราสาทนานาโอะ ที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นปราสาทที่ได้ชื่อว่าตั้งอยู่สูงที่สุดในญี่ปุ่นอีกเเห่ง เเละเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ที่คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวผู้มาเยือนปราสาทเเห่งนี้
Nanao Castle ตั้งอยู่ที่เมืองนานาโอะ ในจังหวัดอิชิกาวะ เป็นอีกหนึ่งในปราสาทที่สร้างอยู่บนยอดเขาที่ว่ากันว่าน่าจะเป็นปราสาทที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1428 หรือ 1429 โดย ฮาทาคิยามะ มิตสุโนริ เเละตั้งตระหว่านอยู่ในดินเเดนเเห่งนี้อย่างยาวนานเป็นร้อยปี ก่อนที่ปราสาทจะถูกท้าทายโดยขุนศึกที่เเข็งเเกร่งเเห่งยุคเซนโกกุอย่าง อุเอศึงิ ชินเก็น โดยมีการยกทัพบุกเข้าโจมตีปราสาทในปี ค.ศ.1577 เเละการรบมีความยืดเยื้อเป็นเวลานานเเละมีความรุนเเรงเป็นอย่างยิ่ง ก่อนที่จะมีการเปิดศึกกันระหว่าง โอดะ โนบุนากะ เเละอุเอศึงิ ชินเก็น ขึ้น โดยสุดท้ายเเล้วปราสาทเเห่งนี้ก็ได้ถูกทำลายลงเเละยังไม่ได้รับการบูรณะขึ้นเเต่อย่างใดตั้งเเต่บัดนั้นจนถึงปัจจุบัน
Nanao Castle ตั้งอยู่ที่เมืองนานาโอะ ในจังหวัดอิชิกาวะ เป็นอีกหนึ่งในปราสาทที่สร้างอยู่บนยอดเขาที่ว่ากันว่าน่าจะเป็นปราสาทที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1428 หรือ 1429 โดย ฮาทาคิยามะ มิตสุโนริ เเละตั้งตระหว่านอยู่ในดินเเดนเเห่งนี้อย่างยาวนานเป็นร้อยปี ก่อนที่ปราสาทจะถูกท้าทายโดยขุนศึกที่เเข็งเเกร่งเเห่งยุคเซนโกกุอย่าง อุเอศึงิ ชินเก็น โดยมีการยกทัพบุกเข้าโจมตีปราสาทในปี ค.ศ.1577 เเละการรบมีความยืดเยื้อเป็นเวลานานเเละมีความรุนเเรงเป็นอย่างยิ่ง ก่อนที่จะมีการเปิดศึกกันระหว่าง โอดะ โนบุนากะ เเละอุเอศึงิ ชินเก็น ขึ้น โดยสุดท้ายเเล้วปราสาทเเห่งนี้ก็ได้ถูกทำลายลงเเละยังไม่ได้รับการบูรณะขึ้นเเต่อย่างใดตั้งเเต่บัดนั้นจนถึงปัจจุบัน
โครงสร้างของ ปราสาทนานาโอะ นั้นมีการคาดการณ์กันว่ามีขนาดใหญ่เป็นอย่างยิ่ง เเละมีการขุดค้นเเนวของปราสาทที่เเสดงให้เห็นถึงการเป็นปราสาทบนยอดเขาที่มีความสมบูรณ์เเบบเป็นอย่างมาก เพราะมีเเนวกำเเพงที่กว้างขวาง เเละมีเส้นทางในการเข้าปราสาทที่คดเคี้ยเเละเต็มไปด้วยจุดสกัดมากมาย ทำให้ผู้ที่มาโจมตีต้องทุ่มกำลังมหาศาลเป็นอย่างมาก พร้อมกับฐานของหอคอยกลางที่มีขนาดใหญ่หากเทียบกับมาตรฐานปราสาทในยุคนั้น
การเดินทางมาเที่ยวที่ ปราสาทนานาโอะ นั้นสามารถใช้บริการของรถไฟสาย Nanao Line มาลงที่สถานีรถไฟนานาโอะ หลังจากนั้นให้เรียกใช้บริการของรถเเท็กซี่ให้มาส่งที่ทางข้นมายังปราสาท โดยระยะทางจากสถานีรถไฟมายังทางขึ้นปราสาทมีระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร
อ้างอิงรูปภาพ
http://jcastle.info
ปราสาทนาคิจิน Nakijin Castle
ปราสาทนาคิจิน Nakijin Castle
Nakijin Castle นั้นตั้งอยู่ที่เมืองนาคิจิน ในจังหวัดโอกินาว่า บนเกาะใต้สุดอีกเเห่ง ถือว่าเป็นปราสาทที่มีความเก่าเเก่เป็นอย่างยิ่ง สร้างมาตั้งเเต่สมัยศตวรรษที่ 13 โดยตระกูลอะจิ ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวนั้นเกาะโอกินาว่ามีการเเบ่งออกเป็น 3 อาณาจักรด้วยกัน โดยปราสาทเเห่งนี้ถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมากทางจุดยุทธศาสตร์ จนในช่วงศตวรรษที่ 14 นั้น ตระกูลโกซามารุ ที่สืบเชื้อสายมาจากตระกูลอะจิ ได้ครอบครองปราสาทเเห่งนี้ เเละมีการพัฒนาให้กลายมาเป็นอีกหนึ่งในปราสาทที่เข้มเเข็ง เเต่พอหลังจากที่การรวมเป็นอาณาจักรริวกิวเเล้ว เเละเมื่อญี่ปุ่นเข้ามาปกครองเเบบเด็ดขาด ปราสาทเเห่งนี้ก็ค่อยๆ หมดความสำคัญลง จนกลายเป็นอีกหนึ่งในเศษซากปราสาทที่มีความงดงามเป็นอย่างยิ่ง
โครงสร้างของ ปราสาทนาคิจิน ในปัจจุบันนั้นเหลือเพียงเเค่ซากปราสาทเท่านั้นเอง โดยมีเเนวกำเเพงหินขนาดใหญ่ที่มีความสวยงามทอดยาวอยู่ เเละมีจุดต่างๆ ทีเคยเป็นที่ตั้งของอาคารต่างๆ อยู่ไม่ห่ากัน พร้อมกับฐานของหอคอยกลางที่มีขนาดใหญ่สวยงามเเละน่ามาเที่ยวชมอีกด้วย โดยปราสาทเเห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอีกด้วย รวมทั้งเป็นสมบัติของชาติเช่นกัน
นักท่องเที่ยวสามารถชมความสวยงามของ วิวทิวทัศน์บริเวณปราสาทเเห่งนี้ได้อย่างชัดเจนเลยทีเดียว เเถมบริเวณที่ใกล้ๆ กันกับที่ตั้งของปราสาทนั้นก็ยังเป็นจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจอย่าง หมู่บ้านนาคิจิน ที่เป็นทั้งศูนย์วัฒนธรรมเเละมีพิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาชมความน่าสนใจต่างๆ ดูอีกด้วย นอกจากนี้เเล้วยังมีการเเสดงวิถีชีวิตประจำวันของบรรดาชาวโอกินาว่าให้นักท่องเที่ยวได้ชมกันอีกด้วย ซึ่งปราสาทเเห่งนี้เปิดให้เข้ามาชมทุกวันตั้งเเต่เวลา 8.00 น. จนถึงเวลา 18.00 น. โดยเสียค่าเข้าชมคนละ 400 เยน
นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการของการเช่ารถยนต์ขัยมาเองที่ ปราสาทนาคิจิน จะเป้วิธีการที่สะดวกที่สุด หรือไม่เช่นนั้นก็สามารถใช้บริการของรถบัส Yanbaru Express Bus ซึ่งสามารถขึ้นได้ที่สนามบินนาฮา โดยให้มาลงที่ป้ายหน้าทางขึ้นปราสาทนาคิจิน ได้เลย
อ้างอิงรูปภาพ
http://jcastle.info
ปราสาทนาโกย่า Nagoya Castle
ปราสาทนาโกย่า Nagoya Castle
Nagoya Castle นั้นตั้งอยู่ในเมืองนาโกย่า ในจังหวัดไอจิ เป็นหนึ่งในปราสาทที่มีความสวยงามเป็นอย่างยิ่ง สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1612 โดย โทกุกาวะ อิเอยาสึ เพื่อเป็นฐานบัญชาการในการปกครองดินเเดนโอวาริของเขา ใช้เวลาในก่อสร้างนานถึง 2 ปีด้วยดันตั้งเเต่ปี ค.ศ.1610 จนถึงปี ค.ศ.1612 โดยเมื่ออิเอยาสึ ลงจากตำเเหน่งโชกุนเเล้ว เขามาพำนักที่นี่เเละใช้เป็นฐานในการบัญชาการเพื่อกวาดล้างตระกูลโทโยโทมิขั้นสุดท้าย จนกลายเป็นซึกใหญ่ที่ปราสาทโอซาก้าในเวลาต่อมา เเละหลังจากที่เขาได้เสียชีวิตลงเเล้ว โทกุกาวะ โอวาริ บุตรคนที่ 9 ก็ได้ปกครองปราสาทเเห่งนี้ต่อไป เเละมันถูกครอบครองโดยตระกุลโทกุกาวะ จนถึงปีที่ยุคเอโดะสิ้นสุดลง เเละเป็นอีกหนึ่งในปราสาทที่่โดนโจมตีอย่างหนักในช่วงสงครามโบชินอีกด้วย เเละได้รับความเสียหายเป็นอย่างมากจนได้รับการบูรณะในเวลาต่อมา
โครงสร้างของ ปราสาทนาโกย่า นั้นมีคูน้ำสองด้านด้วยกัน เเละมีขนาดของปราสาทที่ใหญ่โต ส่วนเเนวกำเเพงหินก็มีขนาดที่สูงชันเป็นอย่างยิ่ง พร้อมด้วยป้องปราการใหญ่น้อยจำนวนมากมายหลายป้อม เเละมีประตูใหญ่ที่มีความน่าเกรงขามพร้อมทางเดินเข้าปราสาทที่มีความคดเคี้ยวเป็นอย่างมาก เเละหอคอยกลางนั้นมีขนาด 5 ชั้นด้วยกัน พร้อมด้วยความโดดเด่นของชาชิโฮคุ ซึ่งประดับอยู่บนยอกหลังคาของปราสาท โดยเป็นลักษณะของปลาคาร์ฟทองคำ ที่มีหัวเป็นสิงโตประดับอยู่ ซึ่งมีขนาดถึง 2.7 เมตร เเละมีน้ำหนักถึง 90 กิโลกรัม ชุปด้วยทองคำ 18K ถือว่าเป็นชาชิโฮคุ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย โดยเป็นสัญลักษณ์ที่เเสดงถึงความมั่งคั่งของตระกูลโทกุกาวะ
สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวยัง Nagoya Castle หรือปราสาทปลาคาร์ฟ สามารถเดินเข้ามาเที่ยวชมความสวยงามของตัวปราสาทที่มีความสมบูรณ์เป็นอย่างยิ่ง โดยทุกชั้นของหอคอยกลางนั้นจะจัดเเสดงข้างของเหมือนเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีความสวยงามเเละน่าทึ่งเป็นอย่างยิ่ง โดยมีจุดเด่นที่น่าสนใจคือในส่วนของห้องที่แสดงภาพเขียนบนฉากหลัง เเละชั้นบนสุดนั้นนักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองนาโกย่าได้อย่างชัดเจนเเบบ 360 องศาอีกด้วย โดยบริเวณโดยรอบของตัวปราสาทนั้นจะมีต้นซากุระปลูกเอาไว้มากกว่า 1,600 ต้นทำให้ในช่วงฤดูใบไม้ผลินั้นจะเต็มไปด้วยดอกซากุระบานสีชมพู สวยงามเป็นอย่างยิ่ง โดยปราสาทเเห่งนี้มีการปรับปรุงขนานใหญ่อีกครั้งในปี ค.ศ.2018 จนถึงปี ค.ศ.2022 โดยใช้เวลาในการก่อสร้างเปลี่ยนวัสดุจากคอนกรีตไปเป็นไม้เพื่อป้องกันเมื่อเกิดเเผ่นดินไหว
การเดินทางมาเที่ยวชมความสวยงามของ ปราสาทนาโกย่า นั้นสามารถใช้บริการของรถ ไฟใต้ดินสาย Meijo Line โดยมาลงที่สถานี Shiyakusho เเล้วเดินต่อไปเพียงเเค่ 2 นาทีก็จะถึงเเล้ว นอกจากนี้เเล้วหากมาลงรถไฟที่สถานีรถไฟนาโกย่า ก็สามารถใช้บริการของรถบัสที่ป้ายหน้าสถานี โดยให้ขึ้นรถบัสสาย Meguru tourist loop bus ใช้เวลาเดินทางประมาณ 25 นาทีรถจะมาจอดที่ป้ายหน้าประตูทางเข้าปราสาทเลย
อ้างอิงรูปภาพ
http://jcastle.info
ปราสาทนากาชิโน่ Nagashino Castle
ปราสาทนากาชิโน่ Nagashino Castle
Nagashino Castle นั้นตั้งอยู่ที่เมืองชินชิโร่ ในจังหวัดไอจิ เป็นอีกปราสาทที่มีความเก่าเเก่เเละมีเหตุการณ์สำคัญมากมายเกิดขึ้นที่นี่ โดยมันถูกสร้างขึ้นมาตั้งเเต่ปี ค.ศ.1508 โดย ซุกามูระ โมโตนาริ บนพื้นที่ซึ่งเเม่น้ำสองสายอย่างเเม่น้ำอุระ เเละเเม่น้ำคันซะ มาบรรจบกัน จึงทำให้เเนวเเม่น้ำกลายเป็นคูน้ำธรรมชาติที่มีความเเข็งเเกร่งเเละป้องกันปราสาทได้เป็นอย่างดี เเต่เเล้วก็ถูกบุกโจมติจากกองทัพตระกูลทาเคดะ เเละเปลี่ยนผู้ครอบครองปราสาทไปช่วงระยะเวลาหนึ่ง ก่อนที่จะกองกำลังพันธมิตรระหว่างโทกุกาวะเเละโอดะจะเข้าบุกตระกุลทาเคดะจนล่มสลายไป โดยปราสาทเเห่งนี้ถือว่าเป็นป้อมปราการที่สำคัญของโทกุกาวะในศึกครั้งนั้นเเละทำหน้าที่ในการตัดกำลังของกองทัพตระกูลทาเคดะได้เป็นอย่างดี เเต่หลังจากยุคโอดะเเล้ว ปราสาทเเห่งนี้ก็พังทลายลง เหลือเพียงเเค่เศษซากของปราสาทในปัจจุบันเท่านั้นเอง
ปราสาทนากาชิโน่ นั้นเป็นอีกหนึ่งในปราสาทที่มีทำเลที่ตั้งดีเลิศเป็นอย่างยิ่งเลยก็ว่าได้ โดยมีเเนวกำเเพงของปราสาทที่ล้อมรอบอยู่ทั้ง 4 ด้าน เเต่ปัจจุบันนั้นจะเหลือเพียงเเค่ฐานเท่านั้นเอง ในขณะที่ฐานรากของหอคอยกลางก็นับว่ามีขนาดที่ใหญ่เป็นอย่างยิ่ง เเต่น่าเสียดายที่ปัจจุบันนั้นยังไม่มีการปรับเเต่งตัวปราสาทให้มีความสวยงาม
การเดินทางมาเที่ยวที่ ปราสาทนากาชิโน่ นั้นสามารถใช้บริการของรถไฟสาย Iida line โดยให้มาลงที่สถานีรถไฟนากาชิโน่ หลังจากนั้นก็เดินต่อไปอีกประมาณ 8 นาทีก็จะถึงทางเข้าตัวปราสาทเเล้ว
อ้างอิงรูปภาพ
http://jcastle.info
ปราสาทนากากุสุ Nakagusuku Castle
ปราสาทนากากุสุ Nakagusuku Castle
Nakagusuku Castle ตั้งอยู่ที่เมืองนาฮา ในจังหวัดโอกินาว่า ทางใต้สุดของญี่ปุ่น เป็นอีกปราสาทที่มีความเก่าเเก่เป็นอย่างยิ่ง สร้างขึ้นประมาณศตวรรษที่ 13 โดย ซากินากากุสุ อิจิ ซึ่งตรงกับช่วงที่โอกินาว่ายังอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักริวกิว โดยสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในการป้องกันข้าศึกที่มาจากทางทะเลเป็นหลัก เเละมีการพัฒนาปราสาทเรื่อยมาอย่างต่อเนื่อง มันเป็นปราสาทที่ผ่านสงครามมากอย่างมากมายหลายต่อหลายครั้งเเต่ก็ตั้งตระหง่านจนเรือดำของพลเรือจัตวา เพอร์รี่ ผ่านมาเเละบันทึกเอาไว้ถึงความเเข็งเเกร่งของปราสาทเเห่งนี้ในปลายสมัยเอโดะ ก่อนที่จะเข้าสู่ยุคปฏิรูปเมจิเเล้ว ปราสาทเเห่งนี้จะโดนรื้อถอนลงตามกฎหมายอีกด้วย เเละได้รับการฟื้นฟูให้มีสภาพที่สวยงามเเต่อาจจะไม่เหมือนดังเดิมเมื่อครั้งที่มันยิ่งใหญ่
ปราสาทนากากุสุ นั้นมีโครงสร้างของปราสาทในเเบบปราสาทญี่ปุ่นช่วงศตวรรษที่ 15 โดยมีฐานรากทั้งในส่วนของกำเเพงเเละฐานของหอคอยเป็นก้อนหินขนาดใหญ่ที่กาได้ในพื้นที่โอกินาว่า มีขนาดที่กว้างขวางพอสมควร เเละมีเเนวกำเเพงเเละห้องปราการที่ได้เชื่อมาหนาเเน่นที่สุดอีกเเห่งของญี่ปุ่น เเละกลับการที่หันหน้าออกสู่ทะเลก็ทำให้สามารถควบคุมเส้นทางในการเดินเรือได้เป็นอย่าดี นับว่าเป็นอีกหนึ่งในโครงสร้างซึ่งได้มาจากการออกเเบบที่ยอดเยี่ยมเป็นอย่างมาก มันเป็นปราสาทที่มีทิวทัศน์ที่สวยงามอย่างมาก เเละเป็นหนึ่งในสมบัติของชาติเลยก็ว่าได้
นักท่องเที่ยวที่มาชมความสวยงามของ Nakagusuku Castle นอกจากการชมความงดงามของตัวปราสาทที่มีความเเข็งเเกร่งเเละน่าสนใจตั้งเเต่เเนวทางเดินขึ้นมาเเละเเนวกำเเพงรอบๆ ทั้งหมดเเล้ว วิวทิวทัศน์ของท้องทะเลจากบนฐานปราสาทก็สร้างความพึงพอใจให้กับบรรดานักท่องเที่ยวที่ได้มาสัมผัสปราสาทเเห่งนี้เป็นอย่างยิ่ง โดยสามารถมองไปเห็นบริเวณอ่าวนากากุสุได้ชัดเจน โดยปราสาทเเห่งนี้เปิดให้เข้าชมทุกวันในเวลา 8.30 น. จนถึงเวลา 17.00 น. โดยเสียค่าเข้าชมคนละ 400 เยน
ส่วนการเดินทางมาเที่ยวชมความสวยงามของ ปราสาทนากากุสุ นั้นสามารถใช้บริการของรถบัสประจำทางจากป้ายหน้าสถานีรถไฟนาฮา โดยให้มาลงที่ป้าย Nakagusuku Shogakko-mae จากนั้นก็เดินไปยังปราสาทอีกประมาณ 30 นาทีก็จะถึงเเล้ว
อ้างอิงรูปภาพ
http://jcastle.info
ปราสาทโคฟุ Kofu Castle
ปราสาทโคฟุ Kofu Castle
Kofu Castle ตั้งอยู่ที่เมืองโคฟุ ในจังหวัดยามานาชิ ไม่ไกลจากกรุงโตเกียวมากนัก สร้างมาตั้งเเต่ปี ค.ศ.1583 โดยโทกุกาวะ อิเอยาสึ ซึ่งเขาสร้างปราสาทหลังนี้หลังจากที่พ่ายเเพ้ศึกต่อ ทาเคดะ คัตสึโยริ นับว่าเป็นปราสาทที่ตั้งอยู่ใกล้กับปราสาทเอโดะมากที่สุด จวบจนเข้าสู่ยุคเอโดะ ปราสาทเเห่งนี้เป็นที่พำนักของ ยานากิซะว่า โยชิยาสุ ซึ่งถือว่าเป็นไดเมียวที่อยู่ใกล้กับปราสาทเอโดะมากที่สุก เเละมีการผลัดเปลี่ยนผู้ครอบครองปราสาทตลอดการปกครองโดยตระกูลโทกุกาวะกว่า 200 คนเลยทีเดียว เเละเนื่องจากเป็นปราสาทขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้โตเกียวมากที่สุดทำให้ในช่วงปฏิรูปเมจิ ปราสาทเเห่งนี้ก็ต้องถูกรื้อถอนลงในปี ค.ศ.1724 จนปัจจุบันก็เหลือเพียงเเค่ซากของปราสาทเท่านั้นเอง
ปัจจุบันนั้น ปราสาทโคฟุ เหลือเพียงเเค่ซากของปราสาทเท่านั้น โดยมีเเนวกำเเพงหินขนาดใหญ่เป็นอย่างยิ่ง เเละมีฐานปราสาทที่มีขนาดใหญ่เป็นอย่างมาก เเละสามารถมองเห็นได้เเต่ไกลจากทุกทิศทางของเมืองโคฟุ นับว่าเป็นอีกหนึ่งในจุดท่องเที่ยวไฮไลท์ของเมืองเเห่งนี้เลยก็ว่าได้ โดยคูน้ำขนาดใหญ่ของปราสาทเเห่งนี้มีความโดดเด่นเเละสวยงามเป็นอย่างยิ่ง พร้อมกับมีสะพานหินขนาดใหญ่ที่โดดเด่นเป็นอย่างยิ่ง
ส่วนการเดินทางมาเที่ยวชมความสวยงามของ ปราสาทโคฟุ นั้นสามารถใช้บริการของรถไฟสาย Chuo Line โดยมาลงที่สถานีรถไฟโคฟุ หลังจากนั้นก็ให้เดินต่อประมาณ 3 นาทีก็จะถึงทางเข้าของปราสาทเเห่งนี้เเล้ว นับว่าเป็นอีกปราสาทที่น่ามาเที่ยวชมอย่างมาก
อ้างอิงรูปภาพ
http://jcastle.info
ปราสาทคุโมโร Komoro Castle
ปราสาทคุโมโร Komoro Castle
Komoro Castle นั้นตั้งอยู่ที่เมืองคุโมโร ในจังหวัดนากาโน่ ถือว่าเป็นปราสาทขนาดเล็กที่น่าสนใจเเละอยู่ใน 100 อันดับของปราสาทญี่ปุ่นที่สวยงามเเละน่ามาเที่ยวชมเป็นอย่างยิ่ง สร้างมาตั้งเเต่ปี ค.ศ.1554 โดยทาเคดะ ชินเก็น ที่ก่อสร้างปราสาทเเห่งนี้ขึ้นมาระหว่างสองปราสาทหลังที่มีอยู่เดิมทั้ง ปราสาทโอโทเมะ เเละปราสาทนาเบบุตะ เพื่อเป็นการปกครองพื้นที่ทางตะวันออกของชินชู ในปี ค.ศ.1590 เซนโกคุ ฮิเดฮิสะ ได้ครอบครองปราสาทเเห่งนี้เเละเริ่มต่อเติมปราสาทจนกระทั่งถึงสมัย เซนโกคุ ทาดามาสะ ลูกชายของเขา ปราสาทเเห่งนี้ตั้งตระหง่านอยู่ได้ตลอดช่วงสมัยเอโดะ เเละถูกทำลายลงช่วงสงครามโบชิน ก่อนที่จะไดรับการบูรณะขึ้นมาใหม่ในส่วนของประตูใหญ่ Otemon เท่านั้น
ปัจจุบันนั้น ปราสาทคุโมโร มีการปรับปรุงเเละเริ่มบูรณะขึ้นมาหลายจุดด้วยกัน เเต่ที่นักท่องเที่ยวจะได้ชมความยิ่งใหญ่ของปราสาทเเห่งนี้ก็คือในจุดของประตูใหญ่ Otemon ที่มีขนาดสองชั้น สร้างขึ้นมาใหม่ในรูปเเบบเดิมที่เเสนจะสวยงามเป็นอย่างยิ่ง เเละมีรูปเเบบของงานสถาปัตยกรรมเเบบเอโดะที่งดงามเป็นอย่างยิ่ง ส่วนทางด้านของเเนวกำเเพงนั้นก็มีความสวยงามเเละสมบูรณ์เป็นอย่างยิ่ง โดยเเทรกด้วยบรรดาพืชพรรณ ทำให้กลายเป็นอีกหนึ่งในมนต์เสน่ห์ที่น่าสนใจ
การเดินทางมาเที่ยวที่ ปราสาทคุโมโร นั้นสามารถใช้บริการของรถไฟสาย Koumi Line หรือจะเป็นสาย Shinano Testudou ก็ได้ โดยให้มาลงที่สถานีรถไฟคุโมโร จากนั้นเเล้วก็เดินต่อไปอีกประมาณ 5 นาทีก็จะถึงทางเข้าปราสาทเเล้ว
อ้างอิงรูปภาพ
http://jcastle.info
สมัครสมาชิก:
บทความ
(
Atom
)















