ปราสาทมารุกาเมะ Marugame Castle
ปราสาทมารุกาเมะ Marugame Castle
Marugame Castle นั้นตั้งอยู่บนเนินเขาสูงใจกลางเมืองมารุกาเมะ ในจังหวัดคากาว่า สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1597 โดย ไอโคม่า ชิกามาสะ ซึ่งเขาช่วงเวลานั้นเขาก็ครอบครองปราสาททามาโมะอีกหลังอีกด้วย เเต่หลังจากได้รับดินเเดนเเห่งนี้เพิ่มเติมเขาจึงให้ลูกชายปกครองปราสาททามาโมะ เเละตัวเขามาสร้างปราสาทเเห่งนี้ขึ้นมาใหม่เพื่อใช้ในการควบคุมเส้นทางการเดินเรือในทะเลเซโตะ เเต่ต่อมาเมื่อรัฐบาลโทกุกาวะมีการออกกฎหมายในเรื่องของการครอบครองปราสาท 1 เมือง 1 ปราสาท ทำให้ปราสาทเเห่งนี้ตกเป็นของ ยามาซากิ อิฮารุ ในปี ค.ศ.1641 เเละหลังจากนั้นปราสาทก็ผ่านเหตุการณ์ไฟไหม้เเละเหลือเพียงบางส่วนของปราสาทที่สำคัญมาจนถึงทุกวันนี้
ปราสาทมารุกาเมะ นั้นเป็น 1 ใน 12 ประสาทที่ยังคงสมบูรณ์ตั้งเเต่สมัยเอโดะ โดยปัจจุบันนั้นส่วนที่สำคัญที่สุดที่เหลืออยู่คือส่วนของหอคอยปราสาทที่มีขนาดความสูง 3 ชั้น โดยมีโครงสร้างผนังสีขาว เเละมีกระเบื้องเก่าตามเเบบสไตล์เอโดะที่งดงามเเละน่าประทับใจเป็นอย่างยิ่ง ส่วนบริเวณโดยรอบนั้นจะเป็นที่โล่งกว้างไปหมดเเล้ว เพราะเเนวกำเเพงของปราสาท เเละอาคารอื่นๆ นั้นโดยทำลายลงหมดเเล้วในช่วงที่เกิดเหคุเพลิงไหม้
การเดินทางมาเที่ยวที่ ปราสาทมารุกาเมะ นั้นสามารถใช้บริการของรถไฟสาย JR Yosan Line โดยให้มาลงที่สถานีรถไฟมารุกาเมะ เเล้วออกประตูทางด้านทิศใต้ของตัวสถานี จากนั้นก็เดินต่อไปอีกประมาณ 15 นาทีก็จะถึงตัวปราสาทเเล้ว นับว่าเป็นปราสาทที่มีความสวยงามและน่ามาเที่ยวชมอีกแห่งของญี่ปุ่น
อ้างอิงรูปภาพ
http://jcastle.info
ปราสาทมัตสุชิโร่ Matsushiro Castle
ปราสาทมัตสุชิโร่ Matsushiro Castle
Matsushiro Castle นั้นตั้งอยู่ในเมืองนากาโนะ ในจังหวัดนากาโนะ นับว่าเป็นปราสาทอีกเเห่งที่มีเรื่องราวของสงครามเกิดขึ้นมากมายเเละสวยงามน่าสนใจมาเที่ยวชม สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1560 โดย ทาเคดะ ชินเก็น เดิมชื่อว่าปราสาทไคซุ ซึ่งสมัยนั้นเป็นยุคเซนโกกุที่มีการรบพุ่งกันอย่างมากมาย เเละจุดประสงค์ในการสร้างปราสาทหลังนี้ขึ้นมาก็เพื่อเป็นการป้องกันคู่รักคู่เเค้นของเขาคือ อุเอสึงิ เคนชิน ซึ่งต่อสู้กันมาอย่างยาวนาน เเละเป็นการควบคุมพื้นที่บริเวณชินาโนะเอาไว้ เเต่หลังจากที่ ทาเคดะ ชินเก็น เสียชีวิตลง ปราสาทเเห่งนี้ก็ถูกเปลี่ยนมืออีกหลายครั้งด้วยกัน จนในปี ค.ศ.1622 ก็ตกมาอยู่ภายใต้การครอบครองของ ซานาดะ โนบุยูกิ เเละเมื่อถึงรุ่นที่ 3 ของตระกูลซานาดะที่ปกครองปราสาทเเห่งนี้จึงได้เปลี่ยนชื่อปราสาทมาเป็นมัตสุชิโร่ ปราสาทเเห่งนี้ตั้งตระหง่านมาได้อย่างยาวนานเเละมีถูกรื้อถอนลงในสมัยเมจิ ก่อนที่จะมีการบูรณะในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เเต่จุดหลักของปราสาทก็ยังไม่ได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่
โครงสร้างของ ปราสาทมัตสุชิโร่ นั้นมีขนาดใหญ่เป็นอย่างยิ่ง เเละเป็นการก่อสร้างบนที่ราบ เป็นอีกหนึ่งปราสาทที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยในปัจจุบันนั้นมีการบูรณะตั้งเเต่คูน้ำรอบตัวปราสาทเเละเเนวกำเเพงของปราสาททั้งหมดที่เป็นส่วนผสมของไม้เเละหินขนาดใหญ่ โดยในส่วนของประตูใหญ่นั้นมีการบูรณะให้กลับมาเป็นดังเดิม ภายในของปราสาทในส่วนของตัวอาคารต่างๆ ก็มีการบูรณะให้กลับมามีสภาพที่เหมือนเดิม ยกเว้นในส่วนของหอคอยกลางที่ยังไม่ได้มีการบูรณะขึ้นมาเเต่อย่างใด
การเดินทางมาเที่ยวที่ ปราสาทมัตสุชิโร่ นั้นสามารถใช้บริการของรถไฟโดยมาลงที่สถานีนากาโน่ เเละให้ใช้บริการของรถบัสที่จะไปมัตสุชิโร่ ได้ที่ป้ายหน้าสถานี โดยใช้เวลาในการเดินทางประมาร 30 นาที ก็จะมาถึงทางเข้าของปราสาทเเห่งนี้เเล้ว
อ้างอิงรูปภาพ
http://jcastle.info
ปราสาทมัตสึเอะ Matsue Castle
ปราสาทมัตสึเอะ Matsue Castle
Matsue Castle ตั้งอยู่ที่เมืองมัตสึเอะ ในจังหวัดชิมาเนะ เป็นปราสาทที่มีความสวยงามเเละเก่าเเก่เป็นอย่างยิ่ง สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1611 โดยโฮริโอะ โยชิฮา โดยใช้ชื่อว่าปราสาทชิโดริ ในครั้งเเรก ซึ่งเขาได้ดินเเดนบริเวณรอบอิซูโมะมาจากการที่ร่วมทำศึกในเซกิงาฮาระ เเละปกครองโดยตระกูลโฮริโอะอยู่ 3 ชั่วคน ปราสาทก็ได้โอนมาให้อยู่ในการปกครองของ ตระกูลมัตสึไดระ จนกระทั่วเข้าสู่การปฏิรูปเมจิ ปราสาทเเห่งนี้จึงหมดความสำคัญลงเเละเป็นอีกหนึ่งในปราสาทที่ไม่ถูกทำลายลงในช่วงเวลานั้นเเต่อย่างใด โดยได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่ในปี ค.ศ.1950 โดยเงินบริจาคของชาวเมือง โดยเงินเหล่านั้นถูกมาสร้างเป็นประตูโอเดะม่อนที่เห็นอยู่ในปัจจุบันนั่นเอง
ปราสาทมัตสึเอะ นั้นถือว่าเป็น ใน 12 ปราสาทของญี่ปุ่นที่เป็นแบบดั้งเดิมที่สร้างมาตั้งเเต่สมัยเอโดะ เป็นความงดงามทางด้านสถาปัตยกรรมเป็นอย่างยิ่ง ตัวหอคอยปราสาทนั้นมีความสูงกว่า 6 ชั้น ตกเเต่งด้วยสีดำทั้งหอคอย บริเวณโดยรอบนั้นจะเป็นลานกว้างที่มีการตกเเต่งด้วยสวนหย่อยไปเเล้ว โครงสร้างภายในนั้นได้รับการดูเเลเป็นอย่างดีเเละยังคงสภาพที่มีความเเข็งเเรงเป็นอย่างมากอีกด้วย นับว่าเป็นปราสาทเก่าเเก่ที่มีความงดงามเป็นอย่างยิ่ง
การเดินทางมาเที่ยวที่ ปราสาทมัตสึเอะ นั้นสามารถใช้บริการของรถไฟสาย San'in line โดยให้มาลงที่สถานีรถไฟเจอาร์ มัตสึเอะ จากนั้นก็เดินต่อไปอีกประมาณ 10 นาทีก็จะถึงเเล้ว หรือสามารถมาลงที่สถานีรถไฟ Ichibata Dentetsu's Matsue-Shinjiko-Onsen Station เเล้วใช้บริการของรถบัส Lake Line มาลงที่หน้าปราสาทได้เลย
อ้างอิงรูปภาพ
http://jcastle.info
ปราสาทมัตสึโมโต้ Matsumoto Castle
ปราสาทมัตสึโมโต้ Matsumoto Castle
Matsumoto Castle หรือที่ได้รับฉายาว่า ปราสาทอีกา ตั้งอยู่ที่เมืองมัตสึโมโต้ ในจังหวัดนากาโน่ มีชื่อเดิมตั้งเเต่เริ่มเเรกสร้างในปี ค.ศ.1504 ว่า ปราสาทฟูคาชิ ซึ่งสร้างโดย ชิมาดาชิ ซาดานากะ เเต่ปราสาทเเห่งนี้ถูกโจมตีโดย ทาเคดะ ชินเก็น ในปี ค.ศ.1550 จนเสียหายอย่างหนัก ก่อนที่ในปี ค.ศ.1590 อิชิกาวะ คาซุมาสะ เเละลูกชายของเขาจะสร้างปราสาทเเห่งนี้ขึ้นมาบนฐานเดินของปราสาทฟูคาชิ เเละมีการปรับปรุงจนกลายเป็นปราสาทขนาดใหญ่ที่เป็นรองเพียงเเค่ปราสาทฮิเมจิเท่านั้น โดยปราสาทเเห่งนี้อยู่รอดปลอดภัยมาอย่างยาวนานในสมัยเอโดะ ผ่านยุคเมจิ เเละเข้าสู่ญี่ปุ่นยุคใหม่หลังสงครามโลก โดยได้รับการบูรณะให้มีความสวยงามเป็นอย่างยิ่ง เเละโดดเด่นเป็น 1 ใน 3 ปราสาทที่สวยงามที่สุดในญี่ปุ่น พร้อมกับได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติของชาติอีกด้วย
ปราสาทมัตสึโมโต้ นั้นมีโครงสร้างเป็นไม้ทั้งหมดที่ยังคงสภาพได้ดีเป็นอย่างยิ่ง เเละได้รับการยอมรับว่าเป็นปราสาทไม้ที่เก่าเเก่ที่สุดในญี่ปุ่นที่ยังคงสภาพสมบูรณ์เอาไว้ได้ โดยมีการออกเเบบให้ไม้สีดำตัดกับผนังปูนสีขาวอย่างลงตัวเเละกลายเป็นความสวยงามที่โดดเด่นเป็นอย่างยิ่ง คูน้ำโดยรอบของปราสาทก็มีขนาดใหญ่เป็นอย่างยิ่ง ทำให้มีความสวยงามเป็นอย่างมาก ส่วนประตูใหญ่นั้นก็ดูน่าเกรงขามเเละเเนวกำเเพงหินก็ใหญ่โตเป็นอย่างยิ่ง พร้อมกับป้อมปราการอีกหลายต่อหลายเเห่งด้วยกัน ส่วนหอคอยกลางนั้นมีความสูง 5 ชั้นด้วยกัน ถือว่าสูงเเละดูน่าเกรงขามเป็นอย่างยิ่ง
การเดินทางมาเที่ยวที่ ปราสาทมัตสึโมโต้ นั้นสามารถใช้บริการของรถไฟสาย เจอาร์ จูโอ โดยมาลงที่สถานีรถไฟมัตสึโมโต้ จากนั้นให้เลือกว่าจะเดินต่อไปโดยใช้เวลาอีกประมาณ 15 นาที หรือจะใช้บริการของรถบัสที่ป้ายหน้าสถานี เเล้วไปลงที่ป้ายหน้าปราสาทก็จะถึงเเล้ว
อ้างอิงรูปภาพ
http://jcastle.info
ปราสาทมัตสึเมะ Matsumae Castle
ปราสาทมัตสึเมะ Matsumae Castle
Matsumae Castle นั้นตั้งอยู่ที่เมืองมัตสึเมะ ในจังหวัดฮอกไกโด บนเกาะฮอกไกโด ถือว่าเป็นปราสาทเเห่งสุดท้ายในญี่ปุ่นที่สร้างขึ้นตามรูปเเบบปราสาทญี่ปุ่นโบราณ โดยมันถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1849 โดย มัตสึเมะ ทาคาฮิโระ ไดเมียวที่ควบคุมพื้นที่ของฮอกไกโดเอาไว้ โดยเขาถูกสั่งจากรัฐบาลโชกุนโทกุกาวะในเวลานั้นให้สร้างปราสาทขึ้นมาเพื่อเป็นการป้องกันเเละควบคุมเส้นทางการคมนาคมระกว่างเกาะฮอกไกโดเเละเกาะฮอนชู เขาจึงเลือกทำเลทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ของฮอกไกโดเป็นจุดที่สร้างปราสาทเเห่งนี้ขึ้นมา เเต่ในช่วงเวลานั้นเขาไม่งบประมาณพอที่จะสร้างปราสาท จึงได้มีการนำวัสดุจากบ้านของเขาเองมาก่อสร้างเป็นปราสาทเเห่งนี้ เเต่ในเเล้วในช่วงสงครามโบชิน เมื่อกองทัพของรัฐบาลใหม่ได้เข้าโจมตีป้อมโงเรียวกาคุที่ฮาโกดาเตะ ปราสาทเเห่งนี้ก็ถูกโจมตีด้วยเช่นกัน เเต่ก็ได้รับการบูรณะใหม่ในภายหลัง เเละหลายเป็นอีกหนึ่งในปราสาทที่เป็นสมบัติของชาติในปัจจุบัน
โครสร้างของ ปราสาทมัตสึเมะ นั้นมีความสวยงามเป็นอย่างยิ่ง เเละได้รับการบูรณะทั้งหมดอย่างงดงาม โดยเเบ่งออกเป็น 3 ส่วน โดยมีเเนวกำเเพงหินที่ทอดยาวเเละเเข็งเเกร่ง เเม้ว่าจะมีขนาดไม่สูงมากนัก ส่วนประตูต่างๆ ก็ทำจากไม้ โดยในส่วนของประตูใหญ่นั้นมีความสวยงามเเละเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจมาเที่ยวชม ส่วนทางด้านของหอคอยของปราสาทก็มีความสูงจำนวน 3 ชั้น ได้รับการอนุรักษ์เอาไว้อย่างดีทุกส่วน ซึ่งชิ้นส่วนของปราสาทนั้นส่วนใหญ่เเล้วก็เป็นของดั้งเดิมที่นำมาบูรณะขึ้นมาใหม่
การเดินทางมาเที่ยวที่ ปราสาทมัตสึเมะ นั้นสามารถใช้บริการของรถไฟสาย Esashi Line โดยให้มาลงที่สถานีรถไฟคิโคไน
อ้างอิงรูปภาพ
http://jcastle.info
ปราสาทมัตสึซากะ Matsusaka Castle
ปราสาทมัตสึซากะ Matsusaka Castle
Matsusaka Castle นั้นตั้งอยู่ที่เมืองมัตสึซากะ ในจังหวัดมิเอะ เป็นอีกหนึ่งในปราสาทที่มีความน่าสนใจของญี่ปุ่น มันถูกสร้างขึ้นมาตั้งเเต่ปี ค.ศ.1588 โดย กาเอม่อน อุจิซาโตะ โดยที่มีโครสร้างของปราสาทคล้ายคลึงกับปราสาทอาซุชิเป็นอย่างยิ่ง เเละมีการพัฒนาเมืองรอบๆ ตัวปราสาทให้กลายเป็นเมืองเเห่งการค้าเเละกลายเป็นปราสาทที่ควบคุมเส้นทางการค้าใหม่เซนกุ-ไคโด ปราสาทเเห่งนี้อยู่เรื่อยมาจนผ่านยุคเอโดะ เเละมาโดยทำลายลงในช่วงปฏิรูปเมจิ ก่อนที่จะมีการปรับเเต่งรอบปราสาทให้มีความสวยงามเเละน่ามาเที่ยวชมเป็นอย่างยิ่ง
โครงสร้างของ ปราสาทมัตสึซากะ เเต่เดิมนั้นหากดูจากซากปราสาทที่ยังหลงเหลือก็นับว่าเป็นปราสาทที่มีขนาดใหญ่เป็นอย่างยิ่ง เเละมีความเเข็งเเกร่งเป็นอย่างยิ่ง โดยกำเเพงหินนั้นถือว่าเป็นอีกหนึ่งเเนวกำเเพงที่มีขนาดใหญ่เป็นอย่างยิ่งเลยก็ว่าได้ ส่วนอื่นๆ ก็ถือว่ามีความน่าสนใจไม่น้อย เพราะมีทั้งเเนวคูน้ำ เเละเเนวฐานของอาคารสิ่งก่อสร้างต่างๆ อีกมากมายหลายจุดด้วยกัน โดยแต่ละจุดนั้นก็จะมีการเขียนคำอธิบายเอาไว้ให้นักท่องเที่ยวได้รับข้อมูล
นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวยัง Matsusaka Castle นั้นจะได้ชมกับความยิ่งใหญ่ของซากปราสาท ที่มีความยิ่งใหญ่เป็นอย่างยิ่ง โดยมีเเนวทางเดินหินที่จะพานักท่องเที่ยวเข้าสู่ตัวปราสาท ผ่านเเนวกำเเพงหินขนาดใหญ่ ขึ้นไปด้านบนจะมีฐานปราสาทขนาดใหญ่ที่เเสดงออกถึงขนาดของปราสาทในอดีต ส่วนอื่นๆ ในปราสาทนั้นก็มีความงดงามเป็นอย่างยิ่งด้วยต้นไม้ที่ปลูกเอาไว้อย่างต้นซากุระ ทำให้ในช่วงของฤดูใบไม้ผลินั้นจะมีดอกซากุระผลิบานเป็นจำนวนมาก เเละสร้างความสวยงามให้กับบรรยากาศในปราสาทเป็นอย่างดี
การเดินทางมาเที่ยวที่ ปราสาทมัตสึซากะ นั้นสามารถใช้บริการของรถไฟมาลงที่สถานีรถไฟมัตสึซากะ จากนั้นสามารถใช้วิธีการเดินอีกประมาณ 15 นาทีก็จะถึงเเล้ว หรือใช้บริการของรถบัสจากป้ายหน้าสถานีรถไฟมาลงที่ป้าย Shimin-Byoin mae ก็จะถึงทางเข้าปราสาทเเล้ว นับว่าเป็นอีกหนึ่งในปราสาทที่มีความสะดวกในการเดินทางมาเที่ยวชมเป็นอย่างยิ่ง
อ้างอิงรูปภาพ
http://jcastle.info
ปราสาทเนะ Ne Castle
ปราสาทเนะ Ne Castle
Ne Castle นั้นตั้งอยู่ที่เมืองฮาชิโนะเฮะ ในจังหวัดอาโอโมริ นับว่าเป็นปราสาทที่มีความเก่าเเก่อีกเเห่งของญี่ปุ่น เเละได้รับการจัดอันดับอยู่ใน 100 ปราสาทญี่ปุ่นที่น่าสนใจเเละน่ามาชมอีกด้วย มันถูกสร้างขึ้นมาในช่วงปี ค.ศ.1334 โดย โมโรยูกิ นันบุ โดยช่วงเวลานั้นญี่ปุ่นถูกเเบ่งออกเป็นเหนือเเละใต้ โดยตระกูลนันบุนั้นเข้าร่วมกับทั้งฝ่ายเหนือเเละใต้ เเละเมื่อสิ้นสุดยุคของการเเบ่งเเยกโดยการเจรจาเเล้ว ปราสาทเเห่งนี้ก็กลายเป็นศูนย์กลางของตระกูล เเละสืบทอดการปกครองปราสาทมายาวนานถึง 18 รุ่นจนเข้าสู่ยุคเซนโกกุ ตระกูลนันบุเข้าร่วมกับโทโยโทมิ ฮิเดโยชิ เเละทำศึกรวบรวมเเผ่นดินให้กับฮิเดโยชิเรื่อยมาจนเข้าสู่ยุคเอโดะ พวกเขาหมดอำนาจทางการเมืองลง เเละต้องย้ายไปสร้างปราสาทที่อื่น ทำให้ปราสาทเเห่งนี้กลายเป็นปราสาทร้าง จนได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่ในภายหลัง
โครงสร้างของ ปราสาทเนะ นั้นเป็นโครงสร้างของปราสาทญี่ปุ่นเเบบโบราณที่ยังไม่มีการใช้เเนวกำเเพงหินมาเสริมความเเข็งเเกร่งยังใช้วัสดุอย่างไม้ในการสร้าง เเละมีขนาดชั้นเดียวเป็นหลัก มีอาคารหลัก เเละบรรดาป้อมปราการขนาดเล็ก เเละมีหลายชั้นเเละมีความซับซ้อนเป็นอย่างมาก พร้อมกับเป็นที่ตั้งของหน่วยทหาร โดยมีอาคารหลายหลังเป็นอย่างยิ่ง ถือว่าเป็นอีกหนึ่งในปราสาทที่มีความสวยงามเเละน่ามาเที่ยวชม
การเดินทางมาเที่ยวที่ ปราสาทเนะ นั้นสามารถใช้บริการของรถไฟสาย Tohoku Main Line โดยมาลงที่สถานีรถไฟฮาชิโนะเฮะ จากนั้นก็สามารถเลือกใช้บริการของรถบัสจากป้ายหน้าสถานีรถไฟ โดยใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 15 นาทีก็จะถึงป้าย เเล้วเดินต่อไปอีก 5 นาทีก็จะถึงเเล้ว
อ้างอิงรูปภาพ
http://jcastle.info
ปราสาทนานาโอะ Nanao Castle
ปราสาทนานาโอะ Nanao Castle
ญี่ปุ่นนับว่าเป็นอีกหนึ่งในประเทศที่มีความสวยงามเเละเต็มไปด้วยสีสันเป็นอย่างยิ่งของวัฒนธรรมสมัย เเละเก่าที่ผสานกันอย่างลงตัว ปราสาทญี่ปุ่น ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งในเรื่องที่เเสดงให้เห็นถึงจุดบรรจบของวัฒนธรรมเก่าเเละใหม่ที่ผสานกันอย่างลงตัวเลยทีเดียว โดยมีปราสาทหลายต่อหลายเเห่งที่น่าสนใจเเละน่ามาเที่ยวชมอย่างมากไม่เฉพาะคนญี่ปุ่น โดยหนึ่งในนั้นก็คือ ปราสาทนานาโอะ ที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นปราสาทที่ได้ชื่อว่าตั้งอยู่สูงที่สุดในญี่ปุ่นอีกเเห่ง เเละเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ที่คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวผู้มาเยือนปราสาทเเห่งนี้
Nanao Castle ตั้งอยู่ที่เมืองนานาโอะ ในจังหวัดอิชิกาวะ เป็นอีกหนึ่งในปราสาทที่สร้างอยู่บนยอดเขาที่ว่ากันว่าน่าจะเป็นปราสาทที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1428 หรือ 1429 โดย ฮาทาคิยามะ มิตสุโนริ เเละตั้งตระหว่านอยู่ในดินเเดนเเห่งนี้อย่างยาวนานเป็นร้อยปี ก่อนที่ปราสาทจะถูกท้าทายโดยขุนศึกที่เเข็งเเกร่งเเห่งยุคเซนโกกุอย่าง อุเอศึงิ ชินเก็น โดยมีการยกทัพบุกเข้าโจมตีปราสาทในปี ค.ศ.1577 เเละการรบมีความยืดเยื้อเป็นเวลานานเเละมีความรุนเเรงเป็นอย่างยิ่ง ก่อนที่จะมีการเปิดศึกกันระหว่าง โอดะ โนบุนากะ เเละอุเอศึงิ ชินเก็น ขึ้น โดยสุดท้ายเเล้วปราสาทเเห่งนี้ก็ได้ถูกทำลายลงเเละยังไม่ได้รับการบูรณะขึ้นเเต่อย่างใดตั้งเเต่บัดนั้นจนถึงปัจจุบัน
Nanao Castle ตั้งอยู่ที่เมืองนานาโอะ ในจังหวัดอิชิกาวะ เป็นอีกหนึ่งในปราสาทที่สร้างอยู่บนยอดเขาที่ว่ากันว่าน่าจะเป็นปราสาทที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1428 หรือ 1429 โดย ฮาทาคิยามะ มิตสุโนริ เเละตั้งตระหว่านอยู่ในดินเเดนเเห่งนี้อย่างยาวนานเป็นร้อยปี ก่อนที่ปราสาทจะถูกท้าทายโดยขุนศึกที่เเข็งเเกร่งเเห่งยุคเซนโกกุอย่าง อุเอศึงิ ชินเก็น โดยมีการยกทัพบุกเข้าโจมตีปราสาทในปี ค.ศ.1577 เเละการรบมีความยืดเยื้อเป็นเวลานานเเละมีความรุนเเรงเป็นอย่างยิ่ง ก่อนที่จะมีการเปิดศึกกันระหว่าง โอดะ โนบุนากะ เเละอุเอศึงิ ชินเก็น ขึ้น โดยสุดท้ายเเล้วปราสาทเเห่งนี้ก็ได้ถูกทำลายลงเเละยังไม่ได้รับการบูรณะขึ้นเเต่อย่างใดตั้งเเต่บัดนั้นจนถึงปัจจุบัน
โครงสร้างของ ปราสาทนานาโอะ นั้นมีการคาดการณ์กันว่ามีขนาดใหญ่เป็นอย่างยิ่ง เเละมีการขุดค้นเเนวของปราสาทที่เเสดงให้เห็นถึงการเป็นปราสาทบนยอดเขาที่มีความสมบูรณ์เเบบเป็นอย่างมาก เพราะมีเเนวกำเเพงที่กว้างขวาง เเละมีเส้นทางในการเข้าปราสาทที่คดเคี้ยเเละเต็มไปด้วยจุดสกัดมากมาย ทำให้ผู้ที่มาโจมตีต้องทุ่มกำลังมหาศาลเป็นอย่างมาก พร้อมกับฐานของหอคอยกลางที่มีขนาดใหญ่หากเทียบกับมาตรฐานปราสาทในยุคนั้น
การเดินทางมาเที่ยวที่ ปราสาทนานาโอะ นั้นสามารถใช้บริการของรถไฟสาย Nanao Line มาลงที่สถานีรถไฟนานาโอะ หลังจากนั้นให้เรียกใช้บริการของรถเเท็กซี่ให้มาส่งที่ทางข้นมายังปราสาท โดยระยะทางจากสถานีรถไฟมายังทางขึ้นปราสาทมีระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร
อ้างอิงรูปภาพ
http://jcastle.info
สมัครสมาชิก:
บทความ
(
Atom
)















