ปราสาทคุโมโร Komoro Castle
ปราสาทคุโมโร Komoro Castle
Komoro Castle นั้นตั้งอยู่ที่เมืองคุโมโร ในจังหวัดนากาโน่ ถือว่าเป็นปราสาทขนาดเล็กที่น่าสนใจเเละอยู่ใน 100 อันดับของปราสาทญี่ปุ่นที่สวยงามเเละน่ามาเที่ยวชมเป็นอย่างยิ่ง สร้างมาตั้งเเต่ปี ค.ศ.1554 โดยทาเคดะ ชินเก็น ที่ก่อสร้างปราสาทเเห่งนี้ขึ้นมาระหว่างสองปราสาทหลังที่มีอยู่เดิมทั้ง ปราสาทโอโทเมะ เเละปราสาทนาเบบุตะ เพื่อเป็นการปกครองพื้นที่ทางตะวันออกของชินชู ในปี ค.ศ.1590 เซนโกคุ ฮิเดฮิสะ ได้ครอบครองปราสาทเเห่งนี้เเละเริ่มต่อเติมปราสาทจนกระทั่งถึงสมัย เซนโกคุ ทาดามาสะ ลูกชายของเขา ปราสาทเเห่งนี้ตั้งตระหง่านอยู่ได้ตลอดช่วงสมัยเอโดะ เเละถูกทำลายลงช่วงสงครามโบชิน ก่อนที่จะไดรับการบูรณะขึ้นมาใหม่ในส่วนของประตูใหญ่ Otemon เท่านั้น
ปัจจุบันนั้น ปราสาทคุโมโร มีการปรับปรุงเเละเริ่มบูรณะขึ้นมาหลายจุดด้วยกัน เเต่ที่นักท่องเที่ยวจะได้ชมความยิ่งใหญ่ของปราสาทเเห่งนี้ก็คือในจุดของประตูใหญ่ Otemon ที่มีขนาดสองชั้น สร้างขึ้นมาใหม่ในรูปเเบบเดิมที่เเสนจะสวยงามเป็นอย่างยิ่ง เเละมีรูปเเบบของงานสถาปัตยกรรมเเบบเอโดะที่งดงามเป็นอย่างยิ่ง ส่วนทางด้านของเเนวกำเเพงนั้นก็มีความสวยงามเเละสมบูรณ์เป็นอย่างยิ่ง โดยเเทรกด้วยบรรดาพืชพรรณ ทำให้กลายเป็นอีกหนึ่งในมนต์เสน่ห์ที่น่าสนใจ
การเดินทางมาเที่ยวที่ ปราสาทคุโมโร นั้นสามารถใช้บริการของรถไฟสาย Koumi Line หรือจะเป็นสาย Shinano Testudou ก็ได้ โดยให้มาลงที่สถานีรถไฟคุโมโร จากนั้นเเล้วก็เดินต่อไปอีกประมาณ 5 นาทีก็จะถึงทางเข้าปราสาทเเล้ว
อ้างอิงรูปภาพ
http://jcastle.info
ปราสาทคุมาโมโตะ Kumamoto Castle
ปราสาทคุมาโมโตะ
ประเทศอย่างญี่ปุ่นนั้บว่ามีความสำคัญเเละเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ที่มาเยือนดินเเดนเเห่งนี้ โดยหนึ่งในสิ่งที่สร้างความประทับใจได้เป็นอย่างดีก็คือ ปราสาทญี่ปุ่น ที่มีความสวยงามเเละเต็มไปด้วยความงดงามของสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นที่มีความลงตัวเป็นอย่างยิ่ง โดยมีปราสาทหลายเเห่งที่กลายเป็นเเหล่งท่องเที่ยวมีชื่อเสียงของประเทศ โดยหนึ่งในนั้นก็คือ ปราสาทคุมาโมโตะ ที่เเสนจะสวยงามเเละมีความเก่าเเก่น่ามาเที่ยวชมเป็นอย่างมาก
Kumamoto Castle ตั้งอยู่ที่เมืองคุมาโมโตะ จังหวัดคุมาโมโตะ ซึ่งอยู่บนเกาะคิวชู เป็นอีกปราสาทที่มีความสวยงามเเละเต็มไปด้วยเรื่องราวเล่าขานมากมาย ถูกสร้างขึ้นมาในปี ค.ศ.1607 โดย คาโต้ คิโยมาสะ ซึ่งได้ดินเเดนปกครองในเเถบนี้หลังจากที่เสร็จสิ้นการศึกที่เซกิงาฮาระ โดยถือว่าปราสาทเเหงนี้ตั้งอยู่บนชัยภูมิที่ดีเป็นอย่างมาก เเละเป็นป้อมปราการที่มีความเเข็งเเกร่งมากอีกเเห่งในญี่ปุ่น โดยตระกูลคาโต้ ครอบครองปราสาทหลังนี้ได้เพียงเเค่ 2 รุ่นเท่านั้น ก็มีเจ้าของคนใหม่คือ โฮโซกาวะ ทาดาโทชิ ในช่วงปี ค.ศ.1632 เเละตระกูลโฮโซกาวะ ก็ปกครองปราสาทเเห่งนี้ยาวนานกว่า 240 ปี จนมาถึงช่วงสมัยเมจิ ปราสาทเเห่งนี้ถูกเผาทำลายในช่วงของสงครามซัสสุมะ ที่เป็นการปิดดำนานยุคสมัยของซามูไรลงอย่างสิ้นเชิง เเต่ก็ยังมีบางส่วนของปราสาทที่ไม่ได้ถูกทำลายลงในครั้งนั้น
สำหรับ ปราสาทคุมาโมโตะ นั้นเป็น1 ใน 3 ของปราสาทญี่ปุ่นที่มีความงดงามมากที่สุดของญี่ปุ่น เเละได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่ในปี ค.ศ.1977 โดยมีการสร้างจนกลายเป็นปราสาทที่มีความงดงามเป็นอย่างยิ่ง โดยมีการเเบ่งปราสาทออกเป็น 3 ส่วน เเละในส่วนของหอคอยปราสาทนั้นมีความสูงกว่า 6 ชั้นด้วยกัน พร้อมกับเเนวกำเเพงหินขนาดใหญ่ที่มีความสวยงามเเละสมบูรณ์เเบบ อีกทั้งบรรดาป้อมปราการก็มีความสวยงามตามเเบบงานสถาปัตยกรรมในสมัยเอโดะได้เป็นอย่างดี ถือว่าเป็นอีกหนึ่งในปราสาทที่มีโครงสร้างใหญ่เเละน่าสนใจ น่ามาเที่ยวเป็นอย่างยิ่ง
การมาเที่ยวที่ Kumamoto Castle นั้นนักท่องเที่ยวจะได้พบงานทางด้ายสถาปัตยกรรมที่มีความสวยงามเเละยิ่งใหญ่เป็นอย่างยิ่ง โดยมีการก่อสร้างในเเบบใช้สลักเป็นหลัก โดยมีความโดดเด่นด้วยสองหอคอยคู่ที่มีความสูงกว่า 30 เมตรเเละ 16 เมตรตามลำดับ โดยเเต่ละชั้นของส่วนหอคอยจะเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดเเสดงเรื่องราวเกี่ยวกับปราสาทเเห่งนี้ ส่วนเมื่อขึ้นมาถึงชั้นบนเเล้วน่ะสามารถชมความสวยงามของทิวทัศน์รอบเมืองคุมาโมโตะ ได้อย่างชัดเจนเลยทีเดียว โดยบรรยากาศโดยรอบนั้นก็นับว่าสวยงามเเละน่ามาเที่ยวชมเป็นอย่างยิ่ง
ส่วนการเดินทางมาเที่ยวที่ ปราสาทคุมาโมโตะ นั้นสามารถใช้บริการของรถไฟสาย Kagoshima Line โดยให้มาลงที่สถานีรถไฟคุมาโมโตะ จากนั้นก็ให้ใช้บริการของรถบัสสาย city bus จาป้ายหน้าสถานีไปลงยังทางเข้าของปราสาทเเห่งนี้
ข้อมูลรูปภาพจาก
http://jcastle.info
ปราสาทคุโบตะ Kubota Castle
ปราสาทคุโบตะ
ญี่ปุ่นนับว่าเป็นดินเเดนที่เต็มไปด้วยสีสันเเละร่ำรวยด้วยวัฒนธรรมเป็นอย่างยิ่ง เเละมีความน่าสนใจในสิ่งเหล่านี้เป็นจำนวนมากที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวชมยังเเหล่งท่องเที่ยวต่างๆ มากมาย โดยอย่างบรรดาปราสาทญี่ปุ่น ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งในเเหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความสนใจจากบรรดานักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวญี่ปุ่น เเละปราสาทคุโบตะ ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งในปราสาทที่มีความน่าสนใจเเละน่ามาเที่ยวชมเป็นอย่างยิ่ง
Kubota Castle ตั้งอยู่ที่เมืองอาคิตะ ในจังหวัดอาคิตะ เป็นอีกหนึ่งในปราสาทขนาดเล็กที่มีความสวยงามเป็นอย่างยิ่ง สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1603 โดย ซาเตกะ โยชิโนบุ โดยเขาเป็นไดเมียที่เคยปกครองดินเเดนในบริเวณมิโตะ เเต่หลังจากเสร็จศึกที่เซกิงาฮาระเเล้วเขาก็ถูกย้ายให้มาครอบครองดินเเดนบริเวณนี้ด้วย เเละได้สร้างปราสาทเเห่งนี้ขึ้นมา โดยปราสาทเเห่งนี้มีลักษณะที่เเตกต่างจากปราสาทอื่นๆ ตรงที่ไม่มีป้อมปราการหรือ ยากุระเเต่อย่างใด เเละไม่มีส่วนพื้นที่หลักอีกด้วย มีเพียงเเค่หอคอยของปราสาทเท่านั้น ซึ่งปราสาทมิโตะ ที่เขาครอบครองอีกปราสาทก็มีลักษณะเช่นเดียวกัน กล่าวกันว่าที่เป็นเช่นนี้ เพราะเขาไม่ต้องการเป็นจุดสนใจของรัฐบาลโชกุนตระกูลโทกุกาวะในช่วงเเรกที่จับตาความเคลื่อนไหวของเหล่าไดเมียวอย่างใกล้ชิด จึงสร้างปราสาทที่ไม่มีความโดดเด่นเเละไม่ดูเเข็งเเกร่งให้รู้สึกเป็นภัยคุกคาม ปราสาทเเห่งนี้ถูกไฟไหม้ลงในปี ค.ศ.1880 ซึ่งเป็นช่วงการเปลี่ยนผ่านอำนาจ เเละได้รับการบูรณะใหม่ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยมีบางส่วนของปราสาทที่ยังคงรอดพ้นเหตุการณ์นั้น และยังคงอยุ่จนถึงทุกวันนี้
โครงสร้างที่สำคัญที่สุดของ ปราสาทคุโบตะ ก็คือในส่วนของหอคอยหลักที่มีความสูงจำนวน 3 ชั้น ได้รับการบูรณะให้มีความสมบูรณ์เเละสวยงามเป็นอย่างยิ่ง เเม้ว่าจะมีขนาดเล็กเเต่ก็ได้รับการตกเเต่งอย่างสวยงามด้วยผนังสีขาว เเละหลังคาสไตล์เอโดะเเท้ โดยเป็นจุดที่โดดเด่นที่สุด นอกจากนี้เเล้วในส่วนของประตูใหญ่ทางเข้าของปราสาทก็เป็นวัสดุจากไม้ที่ได้รับการคัดสรรมาเป็นอย่างดี สวยงามเเละเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์
นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมความสวยงามของ Kubota Castle จะเดินผ่านประตูไม้ทางเข้าที่มีขนาดใหญ่เเละเก่าเเก่ เพราะเป็นส่วนเดียวที่เหลือรอดมาตั้งเเต่ก่อสร้างปราสาทเเห่งนี้ ผ่านทางเดินหินเข้ามายังตัวหอคอยของปราสาท ที่ชั้นล่างมีการจัดเเสดงเรื่องราวของปราสาทเเละมีอาวุธเเละชุดเกราะซามูไรจัดเเสดงเอาไว้อย่างมากมายอีกด้วย เเละการเดินขึ้นไปยังชั้นที่ 3 ของหอคอยนั้นก็จะทำให้สามารถชมวิวทิวทัศน์ของเมืองอาคิตะได้อย่างชัดเจนเป็นอย่างยิ่ง โดยที่นี่เปิดให้เข้าชมทุกวัน เเละเสียค่าเข้าชมคนละ 100 เยน
การเดินทาง
ส่วนการเดินทางมาเที่ยวที่ ปราสาทคุโบตะ นั้นสามารถใช้บริการของรถไฟสาย Oou Line โดยให้มาลงที่สถานีรถไฟอาคิตะ จากนั้นก็เดินต่อไปเพียงเเค่ 10 นาทีก็จะถึงทางเข้าของปราสาทเเห่งนี้เเล้ว ถือว่าเป็นอีกปราสาทที่น่ามาเที่ยวชมเเละมีการเดินทางที่สะดวกสบายเป็นอย่างมาก
อ้างอิงข้อมูลรูปภาพ
http://jcastle.info/view/Kofu_Castle
วันสตรีสากล
วันสตรีสากล (อังกฤษ: International Women's Day) เดิมเรียก วันสตรีแรงงานสากล (อังกฤษ: International Working Women's Day) มีการเฉลิมฉลองในวันที่ 8 มีนาคมของทุกปี[1] ในแต่ละภูมิภาคความสนใจของการเฉลิมฉลองมีตั้งแต่การเฉลิมฉลองความนับถือ ความซาบซึ้งและความรักต่อหญิงสำหรับความสำเร็จทางเศรษฐกิจ การเมืองและสังคมของหญิงทั่วไป เริ่มแรกเป็นงานการเมืองสังคมนิยม แล้ววันหยุดนี้ก็กลืนวัฒนธรรมของหลายประเทศซึ่งส่วนใหญ่ในทวีปยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มตะวันออก ในบางภูมิภาค วันดังกล่าวเสียรสทางการเมือง และกลายเป็นเพียงโอกาสสำหรับบุคคลในการแสดงความรักแก่หญิงในวิธีซึ่งคล้ายการผสมระหว่างวันแม่และวันวาเลนไทน์ ทว่า ในบางภูมิภาค แก่นการเมืองและสิทธิมนุษยชนที่สหประชาชาติกำหนดยังมั่นคงอยู่ และความตระหนักทางการเมืองและสังคมของการต่อสู้ของหญิงทั่วโลกมีการเผยแพร่และพิจารณาด้วยความหวัง บางคนเฉลิมฉลองวันดังกล่าวโดยการสวมริบบิ้นสีม่วง
เนื้อเพลง บักแตงโม คอร์ด
บักแตงโม
A D D
A D D
โอ้ นั้นมันบักแตงโม
โอ้ นั้นมันบักส้มโอ โอ้
นี้คงเป็นบักพร้าวน้ำหอม
A D D
A D D
โอ้ จักมานูนอองตองแท้ โอ้ คือเป็นตามันยกร่องแท้หนอ (ป๊าดเหลือใจ)
A
* โอ้ คือมาใหญ่เอาฮ้ายแท้ โอ้ เห็นแล้วอยากได้
D
คือสิเป็นตาไปขั้นเฮ็ดน้ำ (น้ำหยังละ น้ำกะกะกะทิ)
A D E
ฮู้บ่ว่าอ้ายนั้นมักคนดี ฮู้บ่ว่าอ้ายแพ้ความขาวจังซี่แท้เด้
A F#m
** เทิ้งขาว เทิ้งยาว เทิ้งใหญ่ ลูกผู้ใดมาถึกใจแท้หนอ
Bm E
อันนั้นละมันละของแท้บ่ จากมูนพ่อหรือจากมูนแม่
A F#m
เป็นหยังคือให้มาหลายแท้ ให้หลายจนหาเสื้อใส่บ่ได้
Bm E
เว้ามากะเป็นตาอ้ายเหลือใจ จนเก็บไปฝันคิดฮอดเจ้า
A F#m
*** ว่าได้กอดได้หอมได้ดอมดม ได้ชื่นได้ชมได้ดมเจ้า
Bm E
ได้ฮอด โอ๊ย คือสิดีถ้าเป็นจังซี้ทุกอย่าง
A F#m
ได้ถอดเกิบหย่างในนาท่งน้อย ได้เก็บบักหอยมาก้อยกินกับเจ้า
Bm E A
มื้อนี้ละสิเอาข้าวขึ้นเล้า ไปๆ หาแนวมาเป่า ท่าแหม
SOLO :: / F#m / (7 Times) / E
ซ้ำ ( * , ** , *** )
A
* โอ้ คือมาใหญ่เอาฮ้ายแท้ โอ้ เห็นแล้วอยากได้
D
คือสิเป็นตาไปขั้นเฮ็ดน้ำ (น้ำหยังละ น้ำกะกะกะทิ)
A D E
ฮู้บ่ว่าอ้ายนั้นมักคนดี ฮู้บ่ว่าอ้ายแพ้ความขาวจังซี่แท้เด้
A F#m
** เทิ้งขาว เทิ้งยาว เทิ้งใหญ่ ลูกผู้ใดมาถึกใจแท้หนอ
Bm E
อันนั้นละมันละของแท้บ่ จากมูนพ่อหรือจากมูนแม่
A F#m
เป็นหยังคือให้มาหลายแท้ ให้หลายจนหาเสื้อใส่บ่ได้
Bm E
เว้ามากะเป็นตาอ้ายเหลือใจ จนเก็บไปฝันคิดฮอดเจ้า
A F#m
*** ว่าได้กอดได้หอมได้ดอมดม ได้ชื่นได้ชมได้ดมเจ้า
Bm E
ได้ฮอด โอ๊ย คือสิดีถ้าเป็นจังซี้ทุกอย่าง
A F#m
ได้ถอดเกิบหย่างในนาท่งน้อย ได้เก็บบักหอยมาก้อยกินกับเจ้า
Bm E A
มื้อนี้ละสิเอาข้าวขึ้นเล้า ไปๆ หาแนวมาเป่า ท่าแหม
SOLO :: / F#m / (7 Times) / E
ซ้ำ ( * , ** , *** )
A D D
โอ้ นั้นมันบักแตงโม
โอ้ นั้นมันบักส้มโอ โอ้
นี้คงเป็นบักพร้าวน้ำหอม
A D D
A D D
โอ้
จักมานูนอองตองแท้ โอ้
คือเป็นตามันยกร่องแท้หนอ (ป๊าดเหลือใจ)
วันหยุดสงกรานต์ปี 2562
วันหยุดวันสงกรานต์ 2562 หยุด 5 วัน
1 วันศุกร์ที่ 12 เมษายน 2562 ประกาศให้เป็นวันหยุดในเทศกาลสงกรานต์ ปี 2562
2 วันเสาร์ที่ 13 เมษายน 2562 เป็นวันสงกรานต์
3 วันอาทิตย์ที่ 14 เมษายน 2562 เป็นวันสงกรานต์
4 วันจันทร์ที่ 15 เมษายน 2562 เป็นวันสงกรานต์
5 วันอังคารที่ 16 เมษายน 2562 เป็นวันหยุดชดเชยวันสงกรานต์
2 วันเสาร์ที่ 13 เมษายน 2562 เป็นวันสงกรานต์
3 วันอาทิตย์ที่ 14 เมษายน 2562 เป็นวันสงกรานต์
4 วันจันทร์ที่ 15 เมษายน 2562 เป็นวันสงกรานต์
5 วันอังคารที่ 16 เมษายน 2562 เป็นวันหยุดชดเชยวันสงกรานต์
วันจักรี
วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชและวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ หรือ วันจักรี เป็นวันที่ระลึกถึงพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชและมหาจักรีบรมราชวงศ์ ตรงกับวันที่ 6 เมษายนของทุกปี
วันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2325 เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชเสด็จปราบดาภิเษกขึ้นครองราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีและทรงสถาปนากรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวงของประเทศไทย
ด้วยพระมหากรุณาธิคุณดังกล่าว ในปี พ.ศ. 2416 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดเกล้าฯ ให้หล่อพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 4 พระองค์ ได้แก่ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อประดิษฐานไว้ให้พระมหากษัตริย์องค์ต่อมา พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ และประชาชนได้ถวายบังคมระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณเป็นธรรมเนียมปีละครั้ง และโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญไปประดิษฐานไว้บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท แต่มีการย้ายสถานที่ในการประดิษฐานหลายครั้ง เช่น พระที่นั่งสุทไธสวรรยปราสาท และพระที่นั่งศิวาลัยมหาปราสาท เป็นต้น ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้ย้ายพระบรมรูปมาไว้ ณ ปราสาทพระเทพบิดร ในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พร้อมกับพระบรมรูปของรัชกาลที่ 5 พระบรมชนกนาถ
จนกระทั่ง ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2461 การซ่อมแซมก่อสร้างและประดิษฐานพระบรมรูปทั้ง 5 รัชกาล จึงสำเร็จลุล่วง และได้มีพระบรมราชโองการประกาศตั้งพระราชพิธีถวายบังคมพระบรมรูป ในวันที่ 6 เมษายนปีนั้น และต่อมาโปรดฯ ให้เรียกวันที่ 6 เมษายนว่า “วันจักรี”
อ้างอิงข้อมูล wikipedia
อ้างอิงข้อมูล wikipedia
ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครู
ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครู
ลิงค์ทางลัด
http://www.moe.go.th/moe/th/news/index.php?PageShow=1&Key=news19&NewsID=
สอบครู
ผลสอบครู
6 กันยายน
ประกาศผล
ลิงค์ทางลัด
http://www.moe.go.th/moe/th/news/index.php?PageShow=1&Key=news19&NewsID=
สอบครู
ผลสอบครู
6 กันยายน
ประกาศผล
สมัครสมาชิก:
บทความ
(
Atom
)





